20 อันดับอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดในโลก

เพราะว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยสถานที่สวยงามมหัศจรรย์มากมาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะเลือกว่าสถานที่ไหนคือ Dream Destination ที่เราจะต้องออกเดินทางไปเยือนให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ลิสต์ 20 อันดับอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดในโลกนี้แหละที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น! แต่ละอันดับจะอ้างอิงจากการเดินทางที่เข้าถึงได้ง่าย ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่า พื้นที่ในการตั้งแคมป์ และวิวอลังการที่เป็นแลนด์มาร์คจากผลการสำรวจของ U.S.News เอ้า ใครพร้อมออกเดินทางแล้วตามเราไปลุยกันได้เลย

1. Yellowstone

Where: Wyoming, Montana, and Idaho. It was established by the U.S.

Why: ด้วยพื้นที่กว่า 3400 ตารางไมล์ ทำให้อุทยานแห่งชาติ Yellowstone กลายเป็นสถานที่มหัศจรรย์อันเต็มไปด้วยความงามตามธรรมชาติและสัตว์ป่า ทั้งทะเลสาบหลากสี บ่อน้ำพุร้อน น้ำตก ป่าเขียวขจี ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล ล้วนแล้วแต่เป็นธรรมชาติที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เดินๆอยู่อาจจะเจอเพื่อนร่วมทางเป็นฝูงควายป่า กวาง หรือแม้แต่หมีกริซลี่ก็ได้นะ!

2. Yosemite

Where: California, U.S.

Why: หนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่ช่างภาพสายแลนด์สเคปห้ามพลาดเด็ดขาด! Yosemite National Park ประกอบไปด้วยพื้นที่ 1,200 ตารางไมล์ น้ำตกสูงลิบลิ่ว ต้นไม้ยักษ์เก่าแก่ หน้าผาสูงชัน รวมถึงหินรูปร่างแปลกประหลาดที่สวยยูนีคมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

3. Glacier National Park

Where: Arizona, U.S.

Why: ด้วยวิวภูเขาบนพื้นที่ 1 ล้านเอเคอร์ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนแคนาดาและสหรัฐอเมริกา Glacier National Park ซึ่งตั้งชื่อตามธารน้ำแข็งที่หลงเหลืออยู่จากยุคน้ำแข็งในอดีตจึงได้รับสมญานามว่า Crown of the continent หรือมงกฎของทวีปอเมริกา โดยที่นี่คุณจะพบทะเลสาบมากกว่า 700 แห่ง น้ำตกขนาดใหญ่ สัตว์ป่านานาชนิด และเส้นทางเดินเขาทุกระดับที่มีไว้สำหรับนักผจญภัยตัวจริง

4. Grand Canyon

Where: Arizona, U.S.

Why: “You can’t beat the views at this world-famous Arizona park” เขาเคลมมาเลยนะว่าไม่มีอไะรสวยสู้วิวของ Grand Canyon ที่ตั้งอยู่ใน Arizona Park ได้! ก็แน่นอนล่ะ เพราะ Grand Canyon เนี่ยถูกจัดให้เป็น 1 ในมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากการรังสรรค์ของธรรมชาติซึ่งก็คือผาหินที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำ Colorado มาเป็นเวลานานนับล้านปี จนเกิดเป็นผาหินที่ทั้งลึก ชัน สลับขั้นไปด้วยสีสันที่สวยงาม

5. Serengeti National Park

Where: Africa

Why: เปิดเพลงธีม The Lion King ในตำนานแล้วตามเราไปพบกับอุทยานแห่งชาติที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Walt Disney กันเถอะ! ด้วยพื้นที่กว่า 5700 ตารางไมล์กินระยะทางจากตอนเหนือของ Tanzania ในแอฟริกาตะวันออก ซึ่งความน่าทึ่งของสถานที่แห่งนี้ที่คุณจะได้พบนอกจากทุ่งหญ้าสีทองไกลสุดลูกหูลูกตาแล้วก็คือฝูงสัตว์ป่านับพันชนิด ไล่ตั้งแต่ฝูงไฮยีน่า ช้าง ฮิปโปโปเตมัส สิงโต ยีราฟ ลิง แต่วิวที่น่าอัศจรรย์ที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการเดินทางอพยพครั้งใหญ่ของสัตว์กินพืชอย่างวัว ม้าลายและละมั่งมากกว่า 1 ล้านตัว!

6. Zion National Park

Where: Utah, U.S.

Why: อุทยานแห่งชาติที่แรกในรัฐ Utah รัฐทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา โดยจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมมากกว่า 4.3 ล้านคนต่อปีก็คือ Zion Canyon หรือหุบเขาไซออนนั่นเอง สำหรับสายผจญภัยที่ชื่นชอบการ trekking เป็นชีวิตจิตใจต้องใส่ชื่อของอุทยานแห่งชาติ Zion ลงไปใน Bucket list ของคุรด่วนเลย!

7. Great Barrier Reef

Where: Queensland, Australia

Why: ไม่ต้องพูดเยอะให้เจ็บคอกับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่นักเดินทางต้องใส่ไว้ใน bucket list เลยว่าชาตินี้ต้องไปเยือนให้ได้กับ Great Barrier Reef แนวปะการังน้ำตื้นที่มีความยาวถึง 1800 ไมล์โดยกินพื้นที่จาก Cape York ทางตอนเหนือไปจนถึง Bundaberg ทางตอนใต้ โดยประมาณการคร่าวๆว่ามีแนวปะการังถึง 2900 แหล่ง มีเกาะแก่งตามธรรมชาติ 600 แห่ง และปลา 1500 สายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในแนวปะการังเหล่านี้ การันตีโดยนักท่องเที่ยว 2 ล้านคนต่อปีที่ไปเยี่ยมเยือนโลกใต้น้ำสุดมหัศจรรย์นี้ได้เลย

8. Torres Del Paine National Park

Where: Patagonian Chile

Why: ด้วยโลเคชั่นแล้ว นักผจญภัยหรือช่างภาพส่วนใหญ่ที่เดินทางมาถึงอุทยานแห่งชาติ Torres Del Paine แห่งนี้อาจจะกำลังมองหาสัตว์ที่หาดูตามธรรมชาติได้ยากอย่างเพนกวินหรือวาฬ แต่ไฮไลท์เด็ดที่สุดของที่นี่ก็คือตัวภูมิประเทศของมันเองนั่นแหละ! ด้วยโลเคชั่นที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาทางตอนใต้ของประเทศชิลี ทำให้อุทยานแห่งชาติ Torres Del Paine กินพื้นที่มากกว่า 700 ตารางไมล์ วิวสวยงามอลังการอย่างธารน้ำแข็ง Grey Glacier และภูเขาชื่อดัง Cuernos del Paine

9. Kruger National Park

Where:  Johannesburg, Africa

Why: อุทยานแห่งชาติ Kruger ในแอฟริกาใต้นั้นประกอบไปด้วยพื้นที่กว้างใหญ่สุดลุกหูลูกตาโดยประมาณอยุ่ที่ 5 ล้านเอเคอร์ ที่นี่จึงเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิดรวมๆแล้วมากกว่า 100 สปีชีส์ด้วยกัน ‘The Big Five’ หรือสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 ในแอฟริกาอย่างควายป่า ช้างป่า เสือดาว แรด และสิงโตก็อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีจระเข้แม่น้ำไนล์ ฮิปโป นกหายากหลากหลายสายพันธุ์ เช่น นกเงือกกราวน์ฮอร์นบิลล์ถิ่นใต้ (southern ground-hornbills) และแร้งแลพเพท (lappet-faced vultures) รวมไปถึงต้นไม้เก่าแก่ ต้นไม้ยักษ์เบาบับ ต้นมารูล่า ที่แผ่กิ่งก้านเหนือทุ่งหญ้าสะวันนาอีกด้วย แค่นี้นักท่องเที่ยว นักผจญภัย และช่างภาพสาย landscape ก็โดนตกด้วยวิวที่สามารถพูดได้อย่างเต็มคำแล้วว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาเห็นภาพนี้ให้ได้!

10. Grand Teton National Park

Where:  Northwestern Wyoming, U.S.

Why: เดินทางมาถึงอันดับที่ 10 กันแล้วกับอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อว่า Grand Teton ด้วยพื้นที่ถึง 310,000 เอเคอร์ โดยมีภูเขา Teton ทอดยาวและสูงใหญ่อยู่เหนือหุบเขา Jackson Hole ความสูง 13,770 ฟุตของอุทยานแห่งชาติ Grand Teton ไปจนถึงทะเลสาบ Jenny และ Jackson ด้านล่าง ทำให้เกิดเป็นภาพเงาสะท้อนภูเขาสวยงาม แต่อุทยานแห่งชาติ Grand Teton ก็ไม่ได้มีดีแค่วิวภูเขาให้ถ่ายรูปสวยๆอย่างเดียวนะ ช่วงฤดูร้อนของที่นี่จะเปิดเส้นทางให้นักปีนเขา นักเดินป่า มาผจญภัยค้นพา hidden gems หรือวิวสวยๆที่ซ่อนตัวอยู่ในอุทยานอย่างเช่นพวกน้ำตกและจุดชมวิวต่างๆ นอกจากนี้ที่อุทยานแห่งชาติ Grand Teton ยังประกอบไปด้วยสัตว์ป่าน้อยใหญ่มากมาย เช่น หมีดำ หมีกริซลี่ กวางมูส ละมั่ง และควายไบซันอีกด้วย นอกจากฤดูร้อนที่เปิดให้เข้าชมแล้วช่วงฤดูใบไม้ร่างก็เป็นอีก 1 ไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมากันเป็นจำนวนมากด้วยวิวต้นเอสเพนที่ผลัดใบเป็นสีทองทั่วทั้งหุบเขา แถมนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่ยังสามารถไปเที่ยวต่ออุทยานแห่งชาติ Yellowstone ได้ในระยะทางที่ไม่ไกลกันมากนักอีกด้วย

11. Rocky Mountain National Park

Where:  Northeast Colorado, U.S.

Why: ด้วยพื้นที่เพียง 265,000 เอเคอร์ ทำให้อุทยานแห่งชาติเทือกเขาร็อคกี้ (Rocky Mountain National Park) ไม่ได้เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมเพียง 4 ล้านคนต่อปีเท่านั้น (ข้อมูลเทียบเคียงกับอุทยานแห่งชาติ Great Smoky Mountain ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่อปีสูงถึง 11 ล้านคน) แต่สิ่งที่มีเสน่ห์และน่าสนใจของอุทยานแห่งชาตินี้ก็คือเส้นทางปีนเขาและเดินป่าที่ยาวถึง 350 ไมล์ ทอดยาวเข้าไปในป่าสน ทะเลสาบอัลไพ ทุ่งดอกไม้ป่า และหากว่าคุณโชคดีก็มีสิทธิ์ได้พบกับกวางเอลก์และแกะเขาใหญ่ ขนาดพื้นที่ของมันอาจทำให้นักท่องเที่ยวมองข้ามสถานที่แห่งนี้ไปแต่ความสวยงามของวิวธรรมชาติรับรองเลยว่าไม่เป็นรองอุทยานแห่งชาติที่อื่นอย่างแน่นอน

12. Fiordland National Park

Where: Fiordland, New Zealand

Why: อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของ New Zealand ที่มาพร้อมวิว Fjords ช่องทางน้ำยาวและแคบที่ถูกประกบไปด้วยริมฝั่งที่สูงชันอันเกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังมีถ้ำน้ำแข็ง ทะเลสาบน้ำแข็ง และหุบเขาที่มีธารน้ำไหล่ผ่านตรงไปยังป่าอีกด้วย อุทยานแห่งชาติ Fiordland ยังถือเป็นแหล่งพักพื้นของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างนกแก้วคาดาโปอีกด้วย

13. Bryce Canyon National Park

Where: Southwestern Utah, U.S.

Why: อุทยานแห่งชาติ Bryce Canyon ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐ Utah สหรัฐอเมริกา ลักษณะภูมิประเทศบริเวณนี้จะเป็นรูปทรงอัฒจรรย์หรือหุบผาทรงเกือกม้าอันเกิดจากสันเขาที่ผุกร่อนและกัดเซาะตามธรรมชาติโดยจะเห็นได้จากหินที่มีรูปทรงแปลกประหลาด โดยเอกลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติ Bryce Canyon ก็คือแท่งหินยอดแหลมที่เรียกว่า ฮูดู (Hoodoos) ที่เรียงตัวทอดเป็นแนวยาวสวยงาม

14. Jasper National Park

Where: Canadian Rockies, Canada

Why: ด้วยความที่เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดใน Canadian Rockies (พื้นที่ของ Canadian Rockies จะประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติ 5 แห่งคือ Jasper, Banff, Kooternay, Yoho และ Waterton ซึ่งล้วนถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO ทั้งหมด โดย Jasper คืออุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดนั้นเอง) ทำให้อุทยานแห่งชาติ Jasper มีพื้นที่ให้เล่นกิจกรรมและผจญภัยในเส้นทางต่างๆมากมาย ทั้งปีนเขา ปั่นจักรยาน พายเรือในช่วงฤดูร้อน และ snowshoeing การใส่รองเท้าที่สามารถเดินบนหิมะได้ เล่นสกี รวมถึงปั่นจักรแบบ fat bike ในช่วงฤดูหนาวได้อีกด้วย

15. Arches National Park

Where: Utah, U.S.

Why: อีก 1 อุทยานแห่งชาติในรัฐ Utah สหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาติ Arches จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนผจญภัยอยู่บนดาวอังคาร! ด้วยภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นซุ้มหินทรายที่เกิดขึ้นเป็นพันๆแห่งตามธรรมชาติบวกกับหินสีแดง จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นโลเคชั่นที่สวยงามแปลกตาด้วยโครงสร้างทางธรณีวิทยาอันงดงาม อีกทั้งยังมีแสงและฝุ่นที่ตกกระทบกับซุ้มหินทรายจนเกิดการเล่นแสงเงาตามแต่ละช่วงเวลา สายถ่ายรูปเห็นแบบนี้แล้วต้องรีบจองตั๋วเครื่องบินกันด่วนแล้วล่ะ!

16. Olympic National Park

Where: Washington, Olympic Peninsula, U.S.

Why: อุทยานแห่งชาติ Olympic ตั้งอยู่ Olympic Peninsula ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างใหญ่กินอาณาบริเวณจากทางตะวันตกของรัฐวอชิงตันข้ามไปยังเขตซีแอตเทิล สถานที่สำหรับใครก็ตามที่หลงรักความงดงามของธรรมชาติต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง! ตั้งแต่กิจกรรมปีนเขา ดูดาว ล่องเรือ ไปจนถึงถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ที่นี่ก็มีครบหมด ด้วยพื้นที่กว่า 1 ล้านเอเคอร์ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเพื่อชมยอดภูเขาน้ำแข็ง เทรคกิ้งผ่านป่าฝนเก่าแก่ และยังสามารถล่องเรือชมแนวชายฝั่งทะเลในระยะทางกว่า 70 ไมล์ได้อีกด้วย

17. Swiss National Park

Where: Western Rhaetian Alps, Switzerland

Why: อุทยานแห่งชาติ Swiss ประกอบไปด้วยพื้นที่เขียวขจีกว่า 65 ตารางไมล์ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินป่าได้ในระยะทางถึง 50 ไมล์ โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาสวิสแอลป์ (Swiss Alps) ระหว่างเดินเขาก็อย่าลืมส่องหาแพะภูเขาที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นไปไปด้วยล่ะ

18. Mount Rainier National Park

Where: Washington, U.S.

Why: อุทยานแห่งชาติ Mount Rainier เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1899 ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 5 ของสหรัฐอเมริกา ด้วยความสูง 14,410 ฟุตของภูเขาไฟ Rainier ที่ยังคุกรุ่นอยู่ ทำให้ภูเขาแห่งนี้กลายเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดโดยมียอดน้ำแข็งที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาไปโดยปริยาย ในฤดูร้อน ทุ่งหญ้าจะถูกแต่งแต้มไปด้วยดอกไม้ป่านานาชนิด ส่วนในฤดูหนาวก็มีกิจกรรมให้เล่นมากมายไล่ตั้งแต่สกี เดินเล่นด้วย snowshoes เป็นต้น

19. Masai Mara National Reserve

Where: Narok County, Kenya

Why: เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งชาติ Masai Mara ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติ Serengeti โดยถือเป็นซาฟารีพาร์คที่ผู้คนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดมากกว่าที่ไหนๆในแอฟริกา เนื่องจากนักเที่ยวท่องสามารถพบเห็นขบวนสัตว์ป่าอพยพในช่วงเดือนกรกฎาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งหากคุณไม่สามารถเดินทางมาเที่ยวในช่วงเวลานั้นได้ คูณก็ยังจะได้พบเจอกับสัตว์ป่าหายาก อย่างเช่น สิงโต เสือชีตาห์ และเสือดาวอยู่ดีนั่นแหละ

20. Masai Mara National Reserve Sequoia National Park

Where: Southern Sierra Nevada, California, U.S.

Why: ใครอยากชมต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก ขอให้ลิสต์อุทยานแห่งชาติ Sequoia เอาไว้เลย! ด้วยต้นไม้ที่มีความสูงกว่า 100 ฟุต ทำให้เราดูตัวเล็กจิ๋วเป็นมดไปเลย โดยอุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 80 ไมล์จากทางตะวันออกของเมือง Fresno รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1890 เพื่ออนุรักษ์ต้นไม้ยักษ์เก่าแก่พวกนี้ไม่ให้ถูกตัดทำลายไป อุทยานแห่งชาติ Sequoia จึงกลายมาเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของสหรัฐอเมริกา

 

admin