7 เครื่องดื่มสุดคูลจากทั่วโลกที่ชาตินี้ต้องขอลองสักครั้ง!

ทุกๆครั้งที่เราได้ออกเดินทาง สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวเลยก็คือการสำรวจวัฒนธรรมและอาหารการกินของพื้นที่หรือประเทศนั้นๆ แต่สิ่งที่คนมักมองข้ามไปก็คือ ‘เครื่องดื่ม’ เครื่องดื่มท้องถิ่นรสชาติเยี่ยมและเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ใครที่แพลนเดินทางอยู่ลองเช็ค 7 เครื่องดื่มสุดคูลจากทั่วโลกนี้กับเราแล้วใส่ไว้ใน to-do-list กันได้เลย

1. น้ำกระเจี๊ยบจาเมกา (Jamaican Sorrel)


น้ำกระเจี๊ยบ เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของชาวจาเมกาที่มักถูกใช้เสิร์ฟในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ แต่ก็สามารถหาทานได้ทุกโอกาสตลอดทั้งปีแล้วในตอนนี้ น้ำกระเจี๊ยบเป็นเครื่องดื่มสีออกแดงทับทิม ทำมาจากกลีบดอกกระเจี๊ยบแห้งที่เราเรียกว่ากระเจี๊ยบเปรี้ยวหรือกระเจี๊ยบแดง (flor de Jamaica) หรือดอกชบาที่เก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งนอกจากอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วยเพราะอุดมไปด้วยวิตามิน C, วิตามิน A&C, แมกนีเซียม, แคลเซียม และโพแทสเซียม โดยตามธรรมเนียมแล้วดอกของมันจะถูกนำไปแช่ในน้ำร้อนหรือน้ำเย็นแล้วผสมรวมกับเครื่องเทศหอม อย่างเช่น ขิงและกานพลู เพื่อทำเป็นชาวสมุนไพรไร้คาเฟอีน ในช่วงเทศกาลจะเติมเหล้ารัมจาเมกาลงไปเพื่อเพิ่มความพิเศษอีกนิด

2. ชาเขียวแคชเมียร์ (Kashmiri Kahwa)


ชาเขียวแคชเมียร์ คือเครื่องดื่มร้อนที่ช่วยบำรุงจิตวิญญาณจากเทือกเขาหิมาลัย แค่จิบก็เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายแม้จะเป็นช่วงฤดูหนาวในแคชเมียร์ก็ตาม ชาเขียวแคชเมียร์มีส่วนผสมของเครื่องเทศ เช่น กานพลู, อบเชย, กระวาน และเสิร์ฟพร้อมเกลือ, ถั่ว และหญ้าฝรั่น ตามธรรมเนียมของแคชเมียร์นั้น เครื่องดื่มชาเขียวจะต้องถูกเตรียมในกาต้มน้ำพิเศษที่มีชื่อว่าซาโมวาร์ (Samovar) โดยกาต้มน้ำนี้จะใช้เพื่อต้มน้ำชาโดยเฉพาะ วิธีการต้มก็คือใช้ถ่านหรือถ้านหินเพื่อให้ความร้อน ด้านล่างของกาจะมีก็อก ตรงกลางจะมีช่องว่างสำหรับใส่ถ่านเพื่อต้มน้ำให้เดือด ซึ่งส่วนใหญ่จะทำด้วยโลหะรูปร่างคล้ายแจกัน ประดับด้วยเงิน ทองแดง ชาเขียวแคชเมียร์จึงเป็นสุดยอดเครื่องดื่มที่นอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วยังช่วยให้เราผ่อนคลายจากกลิ่นอโรมาของมันอีกด้วย

3. อาโตเล (Mexican Atole)


อาโตเล (Atole) เครื่องดื่มสไตล์เม็กซิกันที่มีถิ่นกำเนิดมาจากคำว่า Atolli ในภาษานาวาตล์ อาณาจักรแอซเท็กที่ล่มสลายไป โดยอาโตเลนั้นเป็นเครื่องดื่มที่ได้มาจากแป้งมาซ่าฮาลีน่า (Masa Harina) แป้งข้าวโพดชนิดหนึ่งซึ่งถูกใช้เป็นส่วนผสมหลักในการทำตอตีญ่า อาหารขึ้นชื่อของเม็กซิกัน วิธีการทำก็คือผสมแป้งมาซ่าฮาลีน่ากับวานิลลาและอบเชยจากนั้นก็เอาไปเคี่ยวแล้วจึงเสิร์ฟเป็นอาหารเช้าหรือหลังมื้อค่ำ ซึ่งอาโตเลนี้เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมจากชาวเม็กซิกันมายาวนานกว่าร้อยปีแล้ว โดยตามธรรมเนียมดั้งเดิมนั้นคนจะนิยมดื่มอาโตเลเป็นอาหารเช้า ในบางพื้นที่อาจมีรสชาติเผ็ดแทนรสชาติหวาน ใส่ผลไม้อย่างแบล็คเบอร์รี่หรือสับปะรดลงไป เติมถั่วพีนัทหรือถั่วพีแคน หรือยางที่ก็เติมพริกลงไปเลยก็มี! แต่ส่วนใหญ่นมจะเป็นสิ่งที่ถูกใช้เติมในอาโตเลเพื่อเพิ่มรสชาติให้หอมละมุนขึ้นมากที่สุด 1 ในเวอร์ชั่นที่เป็นที่นิยมอย่างสูงก็คือ Champurrado ซึ่งก็คืออาโตเลที่ผสมช็อคโกแลต, น้ำตาลทรายดิบ และนม

4. ซาเลป (Turkish Sahlep)


ซาเลปสไตล์ตุรกี คือเครื่องดื่มร้อนที่มีส่วนผสมหลักเป็นกล้วยไม้ป่า, ครีม, น้ำตาล, นม และผงกล้วยไม้ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยไม่เหมือนใคร โดยห้วกล้วยไม้จะถูกนำไปล้างทำความสะอาด ต้ม ตากแห้ง จากนั้นก็นำไปคลุกกับแป้ง ซึ่งซาเลปนั้นมีสรรพคุณทางยาและช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายเนื่องจากคาร์โบไฮเดรตที่ได้รับตากหัวกล้วยไม้นั่นเอง นอกจากนี้ยังช่วยรักษาโรคระบบทางเดินหายใจต่างๆ อย่างเช่น หลอดลมอักเสบ อาการไอ ยิ่งถ้าใส่อบเชยหรือขิงเพิ่มเข้าไปก็จะยิ่งเพิ่มสรรพคุณเข้าไปอีก

5. ชานมฮ่องกง (Hong Kong Milk Tea)


รู้หรือไม่ว่าคนฮ่องกงดื่มชานมเฉลี่ยรวมแล้ววันละ 2.5 ล้านแก้ว! ชานมฮ่องกงนั้นมีรสชาติขมและหวาน ในบางครั้งถูกเรียกว่าชาถุงน่องหรือ pantyhose tea อีกด้วย (เนื่องจากการกรองชาที่จำเป็นต้องใช้ถุงตาข่ายยาวๆรูปร่างคล้ายถุงน่องนั่นเอง) โดยสูตรชานมจากร้านชา ชัง เตง (Cha Chaan Teng) ร้านอาหารเก่าแก่ในฮ่องกงที่มีสูตรลับเฉพาะในการต้มชานมนั่นก็คือปริมาณใบชาที่ใช้, นมข้นจืด และนมข้นหวาน (ใช้แทนนมสด) ไปจนถึงขั้นตอนการต้มเพื่อให้ได้รสชาตินุ่มลิ้นละมุนครีม ถือเป็นเครื่องดื่มประจำฮ่องกงที่นักท่องเที่ยวต้องชิม! ชานมฮ่องกงจะมีทั้งแบบร้อนและแบบเย็นด้วยนะ ถ้าจะให้ดีลองทานคู่กับติ่มซำ, ขนมปังไส้สับปะรด, ทาร์ตไข่, แซนวิชยัดไส้ไข่ หรือเฟรนช์โทสสไตล์ฮ่องกงดูก็ได้ แต่หากใครไม่ขอบชานมเลยก็ยังมีชาประเภทอื่นๆให้เลือกอีกมากมายแน่ะ

6. ชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่น (Japanese Matcha Green Tea)


มัทฉะ คือใบชาเขียวที่นำมาบดเป็นผงโดยไม่คัดแยกกากออกจึงทำให้เราได้รับคุณค่าจากใบชามาแบบเต็มๆ จึงทำให้ชาเขียวมัทฉะเป็นชาที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ย้อนกลับไปตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 12 ผู้คนยุคนั้นได้ผสมผงชาเขียวมัทฉะกับนมเข้าด้วยกัน รสขมของใบชาถูกดร็อปลงด้วยรสชาติหอมมันของนม นิยมดื่มแบบร้อนหรือปั่นกับน้ำแข็ง ประโยชน์ของมัทฉะคืออุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสุขภาพหัวใจ และป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย

7. สบิเทน (Russian Sbiten)


สบิเทน เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรผสมน้ำผึ้งที่ผู้คนนิยมดื่มในฤดูหนาวของรัสเซียตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 รสชาติของมันจะคล้ายกับชาผลไม้แถมยังทำได้เองง่ายๆอีกด้วย คำว่า Sbiten มาจากคำกริยาในภาษารัสเซีย sbit ซึ่งแปลเป็นไทยว่า เอาชนะ วิธีการทำก็คือต้มน้ำเดือด เติมน้ำผึ้งลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติ ใส่ผิวเลมอน, ผิวส้ม, แยมผลไม้, แท่งอบเชย, ใบกานพลู, ฝักกระชาย, จันท์เทศ และใบสะระแหน่ ต้มส่วนผสมทั้งหมดด้วยกันสักประมาณ 15 นาที กรองกากออกจากนั้นก็ดื่มได้เลย

admin