10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในฝันฉบับสบายกระเป๋าประจำปี 2019

ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของบรรดานักเดินทางก็คือ ปีนี้เราจะไปเที่ยวที่ไหนดี? สำหรับนักเดินทางที่มีประสบการณ์ก็ต้องตอบว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้นี่แหละเจ๋งสุด! ดังนั้นสำหรับนักเดินทางผู้มีงบจำกัดทั้งหลาย ปัจจัยที่คุณต้องเช็คก่อนเป็นอันดับแรกเลยก็คือ อัตราแลกเปลี่ยน, สายการบิน low cost ที่เปิดเส้นทางบินใหม่, ค่าเงิน และอื่นๆ ซึ่งบทความ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวฉบับสบายกระเป๋าประจำปี 2019 นี้จะเป็นไกด์ไลน์ที่ดีให้คุณได้แน่นอน

เดินทางยังไงให้ประหยัด: แม้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้จะถูก แต่ว่าค่าตั๋วโดยสารอาจจะแพงระยับเลยก็ได้นะคุณ! เพราะฉะนั้นก่อนเดินทางควรเช็คล่วงหน้าให้ดีก่อนล่ะ

1. Sri Lanka

เกาะศรีลังกามาพร้อมกับความสวยงามและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าอัศจรรย์สุดๆ ที่นี่เราจะได้พบกับสัตว์ป่าตามแหล่งธรรมชาติ กิจกรรมปีนเขาสำหรับนักผจญภัย น้ำทะเลสวยเป็นประกาย แล้วก็วัดวาอารามที่โดดเด่นด้านสีสันและสถาปัตยกรรมอีกด้วย! ใครเดินทางมาถึงแล้วก็อย่าลืมทานอาหารท้องถิ่นของที่นี่ด้วยล่ะ ซึ่งอาหารท้องถิ่นของศรีลังกาก็จะมีทั้งซาโมซ่า (แป้งทอดรูปสามเหลี่ยมสอดไส้เค็มที่ทำจากผัก) และแกงกะหรี่เผ็ดแซ่บ แถมศรีลังกายังเป็นประเทศที่ทัวร์นักท่องเที่ยวไม่แน่นมากเท่าไหร่อีกด้วยนะ

อาหาร: อาหารพื้นเมืองหรือสตรีทฟู้ดจะตกอยู่ที่ประมาณ 50 บาท ส่วนเบียร์ 1 แก้วราคาประมาณ 60-90 บาท

ที่พัก: ถ้าเป็นโฮสเทลจะตกราคาประมาณคืนละ 300 บาทขึ้นไป ส่วนโรงแรมราคาประมาณคืนละ 600 บาทขึ้นไป

การเดินทาง: รถเมล์และรถไฟเป็น 2 ทางเลือกที่ง่ายที่สุดแล้วในการเดินทางท่องเที่ยวรอบๆประเทศ แต่ใครอยากได้อารมณ์ชิลๆสไตล์ท้องถิ่นนิดนึงแนะนำให้ใช้บริการรถตุ๊กตุ๊ก หรือใช้แอพพลิเคชั่นอย่าง Uber หรือ PickMe ก็ช่วยให้เราสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆได้ดีทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยว: แท่นศิลาราชสีห์ (The towering Lion’s Rock) คือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในศรีลังกาแบบใครไม่ได้มาเยือนที่นี่ถือว่ามาไม่ถึง!  อุทยานแห่งชาติ Kumana และอุทยานแห่งชาติ Gal Oya ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีก 2 แห่งที่ควรใส่ไว้ในลิสต์เดินทางด้วย ยิ่งใครที่ชื่นชอบวิถีชีวิตสัตว์ตามธรรมชาตินี่ยิ่งไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ส่วนใครอยากไปสถานที่สำหรับการเล่นว่าวที่โด่งดังที่สุดในโลกก็ต้องเดินทางมาที่เมืองริมชายฝั่งอย่าง Kalpitiya และเกาะ Mannar นี่เลย

2. Iceland

ถึงแม้เอาเข้าจริงๆประเทศไอซ์แลนด์จะไม่ได้ถูกเว่อร์ขนาดนั้น แต่หากจะมีปีไหนที่เหมาะสมแก่การไปเที่ยวไอซ์แลนด์มากที่สุดล่ะก็ ปี 2019 นี่แหละเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด! เนื่องจากค่าเงิน Krona ของไอซ์แลนด์ลดลงไปถึง 6% เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและมีแนวโน้มว่าจะลดลงมาอีก นอกเหนือไปจากการเป็นสถานที่ที่เหล่านักเดินทางฝันอยากมาชมแสงเหนือแล้ว ไอซ์แลนด์ยังมีภูมิประเทศและทิวทัศน์อันน่าทึ่งอีกมากมายหลายอย่าง เช่น ภูเขาไฟ, ธารน้ำแข็ง และถนนทอดยาวแบบที่สาย road trip เห็นแล้วต้องตกหลุมรัก!

อาหาร: อาหารแต่ละมื้อจะเริ่มต้นที่ 300 กว่าบาทซึ่งถือว่าแพงเอาการเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นใครที่ต้องการประหยัดงบอย่างจริงจังควรเตรียมอาหารแห้งหรือทำอาหารทานเองจะช่วยเซฟคอสต์ตรงส่วนนี้ไปได้มาก

ที่พัก: โฮสเทลจะตกราคาประมาณคืนละ 1,500 บาทขึ้นไป ส่วนโรงแรมราคาประมาณคืนละ 3,000-4,000 บาทขึ้นไป ทริคในการประหยัดเงินค่าที่พักก็คือการเช่ารถบ้าน (campervan) ที่ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาทต่อวัน ซึ่งถ้าเราเช่ารถบ้านก็จะไม่ต้องเสียในส่วนค่าเดินทางเพิ่มอีก

การเดินทาง: การเช่ารถบ้านในไอซ์แลนด์นี่แหละที่ทำให้เราสามารถเลือกได้เลยว่าต้องการไปเที่ยวที่ไหน (แนะนำให้ลากเพื่อนไปด้วยเยอะๆเพื่อช่วยกันหารค่าเช่ารถและอื่นๆจะคุ้มกว่า) แต่การซื้อทัวร์แบบเป็นกลุ่มก็อาจได้ราคาที่ถูกกว่าและปลอดภัยกว่าได้เหมือนกัน (โดยเฉพาะหากจำเป็นต้องออกเดินทางในช่วงหน้าฝนหรือช่วงที่มีหิมะตก)

สถานที่ท่องเที่ยว: Blue Lagoon บ่อน้ำพุร้อนสีฟ้าเทอควอยส์ คือสถานที่ที่ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ก็มีน้ำตก Skógafos, โบสถ์ Skogar, ดูโชว์ที่ Harpa หอแสดงคอนเสิร์ตในเมืองเรคยาวิก และถ้างบถึงก็ขอแนะนำให้เดินทางไปเที่ยวที่ถ้ำน้ำแข็งคริสตัล (Blue Ice Cave) หรือเดินเล่นบนธารน้ำแข็งไปเลย

3. Egypt

พีระมิด, สฟิงซ์ และสุสานโบราณที่มีอยู่มากมาย ทำให้อียิปตืกลายเป็นสวรรค์ที่นักเดินทางรอบโลกต้องขอเดินทางมาเยือนให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต! ที่ดียิ่งไปกว่านั้นก็คือสถานที่ทางประวัติศาสตร์ทั้งหลายแห่งในอียิปต์นั้นสามารถเข้าชมได้ในราคาที่ไม่สูงมากนัก ไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นการยืนดูพระอาทิตย์ตกดินบนยอดพีระมิด หรือแหวกว่ายคลายร้อนอยู่ในแม่น้ำไนล์ อียิปต์ก็เป็นประเทศในฝันที่ช่วยคุณประหยัดงบเดินทางได้เยอะเลย

อาหาร: อาหารแต่ละมื้อจะเริ่มต้นที่ 100 กว่าบาทสำหรับสตรีทฟู้ดโดยทั่วไป ส่วนอาหารมื้อปกติจะตกอยู่ที่ 250 กว่าบาท ส่วนเบียร์จะตกอยู่ที่ 60 บาทขึ้นไป

ที่พัก: โฮสเทลจะตกราคาประมาณคืนละ 500 บาทขึ้นไป ส่วนโรงแรมราคาประมาณคืนละ 1,000 บาทขึ้นไป อย่าลืมเปรียบเทียบราคาก่อนจองให้ดีด้วยล่ะ

การเดินทาง: ภายในตัวเมืองจะมีรถแท็คซี่และรถเมล์ให้บริการ ส่วนการเดินทางระหว่างเมืองนั้นจะมีเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างรถเมล์และรถไฟอยู่ (แนะนำให้เลือกแบบ VIP ไปเลย)

สถานที่ท่องเที่ยว: ลิสต์ไว้เลยว่าต้องไปเมือง Luxor , เมือง Cairo, ล่องเรือไปตามแม่น้ำไนล์ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือทริปสำรวจพีระมิด (Giza, Saqqara และ Dashur) อีกสถานที่ที่แนะนำเลยก็คือตลาดข่าน (Khan El Khalili) ซึ่งถือเป็นตลาดนัดที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงไคโร

4. Argentina

จากวิวแลนด์สเคปของปาตาโกเนีย (Patagonia) ดินแดนในฝันที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตใต้สุดของโลก ณ ประเทศอาร์เจนตินา ไปจนถึงบ้านเมืองหลากสีสันอันถือเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามของเมืองบัวโนส ไอเรส ทำให้ประเทศอาร์เจนตินากลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความเป็นยุโรป (ที่สามารถเที่ยวได้ในราคาไม่แพงมากนัก) นอกเหนือไปจากวิวเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและช่างภาพแล้ว วิวธรรมชาติของที่นี่ก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งอย่างที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งธารน้ำแข็งสีฟ้าสดใส, ภูเขาน้ำแข็งสุดอลัง และวิวถนนทอดยาวที่ให้ความรู้สึกเหมือนดาวอังคารก็ทำให้ประเทศอาร์เจนตินาคือ 1 ในลิสต์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

อาหาร: อาหารมื้อปกติจะตกอยู่ที่ 100-200 บาท ส่วนเบียร์จะตกอยู่ที่ขวดละ 50 บาท

ที่พัก: โฮสเทลจะตกราคาประมาณคืนละ 500 บาทขึ้นไป

การเดินทาง: ตามเมืองใหญ่ๆสามารถเดินทางโดยใช้ขนส่งสาธารณะหรือบริการจากรถแท็คซี่ได้เลย ส่วนในเมืองเล็กๆก็สามารถใช้รถเมล์หรืออาจจะต้องใช้การเดินทางโดยเครื่องบินในบางเมือง

สถานที่ท่องเที่ยว: ธารน้ำแข็ง El Calafate, ร้านอาหารและบาร์ในเมืองบัวโนส ไอเรส (ห้ามพลาด La Boca ถนนสายศิลปะที่เต็มไปด้วยสีสันตลอดเส้นทางเด็ดขาด), ชมเมือง Bariloche และเดินเขาในอุทยานแห่งชาติ Tierra del Fuego

5. Nepal

ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกอย่างเนปาลเนี่ยไม่ได้มีดีแค่วิวภูเขาเท่านั้นนะ เนปาลเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวไร่ชาเขียวชอุ่มสวยงาม, แม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว และสัตว์ป่าตามธรรมชาติ กิจกรรมที่นักเิดนทางนิยมในเนปาลก็คงหนีไม่พ้นการเดินป่าในแถบที่สูง, ซาฟารีทริปเพื่อดูแรด ช้างป่า เสือ และอีกมากมายในอุทยานแห่งชาติจิตวัน (Chitwan) และที่สำคัญที่สุดก็คือเนปาลนั้นเป็นประเทศที่ค่าครองชีพต่ำที่สุดในลิสต์นี้เลย!

อาหาร: อาหารสตรีทฟู้ดทั่วๆไปจะตกอยู่ที่ประมาณ 20 บาท ส่วนอาหารมื้อปกติจะอยู่ที่ 50 บาท

ที่พัก: โฮสเทลและห้องพักโดยทั่วไปจะตกราคาประมาณคืนละ 200 บาท ห้องพักแบบส่วนตัวจะอยู่ที่คืนละ 600-1,000 บาท

การเดินทาง: เดินทางตามปกติด้วยการเช่ารถยนต์ส่วนตัว, รถเมล์ หรือเครื่องบินได้เลย แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถนนหนทางที่เนปาลนั้นค่อนข้างขรุขระแถมเส้นทางก็แสนจะคดเคี้ยว ดังนั้นระยะทางที่เราเห็นในแผนที่ว่าสั้นๆนั้นอาจใช้เวลายาวนานกว่าจะเดินทางไปถึง

สถานที่ท่องเที่ยว: เดินเล่นชมเมืองและความวุ่นวายของวิถีชีวิตผู้คนในเมืองกาฐมาณฑุ, ปีนเขา (แน่นอนว่าต้องเป็นเขาเอเวอร์เรสต์อยู่แล้ว!), เดินป่าและชมสัตว์ป่าที่อุทยานแห่งชาติจิตวัน (Chitwan) และชมเมืองริมทะเลสาบ Pokhara

6. Taiwan

ด้วยความที่ประเทศไต้หวันมีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งเลยทำให้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากเท่าไหร่ ด้วยขนาดของเกาะทำให้เราสามารถเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์, รถไฟ, รถเมล์ หรือเครื่องบินก็ได้หากใครรักความสบายเว่อร์ๆ ซึ่งสถานที่ที่น่าสนใจก็มีตั้งแต่วัดวาอารามเก่าแก่, ปีนเขา, ชมลิงที่อยู่ตามเส้นทางเดินป่า และทานก๋วยเตี๋ยวแบบออกรสออกชาติได้ตามตลาดนัดกลางคืนได้ภายในทริปเดียว

อาหาร: อาหารมื้อปกติจะอยู่ที่ 100 บาท ส่วนเบียรืตกขวดละ 50 บาท

ที่พัก: โฮสเทลจะตกราคาประมาณคืนละ 300 บาทขึ้นไป ส่วนโรงแรมจะตกราคาประมาณคืนละ 500 [km-7howx ห้องพักแบบส่วนตัวจะอยู่ที่คืนละ 600-1,000 บาท

การเดินทาง: การเดินทางในไต้หวันนั้นถือว่าสะดวกสบายจนเราสามารถใช้รถโดยสารสาธารณะเพื่อเข้าถึงพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆได้ดีเลยทีเดียว โดยรถเมล์, รถไฟ และเครื่องบินนั้นสามารถเชื่อมต่อกันได้หมด

สถานที่ท่องเที่ยว: อุทยานแห่งชาติยวี่ซัน (Yushan), เมืองเก่าจิ่วเฟิน (Jiufen) ซึ่งเป็นเมืองที่มอบแรงบันดาลใจให้แก่ผู้สร้างแอนนิเมชั่นเรื่องดังอย่าง Spirited Away! ใครเป็นแฟนค่าย Studio Ghibli ไม่ควรพลาด, สำรวจตลาดนัดกลางคืนในเมืองไทเป, เดินชมวัดเก่าแก่ในเมืองเกาสง และชมน้ำตกที่อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko)

7. Hungary

การท่องเที่ยวในประเทศฮังการีจะทำให้เราได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แบบยุโรปในราคาสุดแสนประหยัด ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมหมู่บ้าน Medieval, เที่ยวมหาวิหารโบราณที่มีมานานนับทศวรรษ และยังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวตามเมืองชนบทต่างๆที่ยังคงมีนักท่องเที่ยวน้อยแถมประหยัดงบอีกต่างหาก นอกจากนี้ recommend ที่ห้ามพลาดเลยก็คืออาหารฮังกาเรียนนี่ล่ะ ทั้งกูลาชหรือสตูว์เนื้อวัว, เกี๊ยวทอดสไตล์ฮังกาเรียน, เค้ก Chimney เค้กที่มีลักษณะคล้ายโดนัททรงสูง

อาหาร: ราคาอาหารมื้อปกติอยู่ที่ 150-300 บาทต่อมื้อ ส่วนเบียร์จะตกอยู่ที่ขวดละ 30-60 บาท

ที่พัก: โฮสเทลตกคืนละประมาณ 300 บาทขึ้นไป ส่วนโรงแรมตกคืนละประมาณ 1,000 บาท

การเดินทาง: ภายในตัวเมืองสามารถเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะหรือแท็คซี่ได้เลย ส่วนเมืองเล็กๆสามารถเดินทางได้ด้วยรถเมล์ซึ่งมีหลายราคาด้วยกัน หรือไม่ก็นั่งเครื่องบินไปเลย

สถานที่ท่องเที่ยว: แน่นอนว่าต้องเป็นเมืองบูดาเปสต์ (ไฮไลท์เด็ดคือการแช่น้ำแร่ร้อน), เที่ยวชมมหาวิหารเซนต์สตีเฟน (Basilica of St. Stephen), ชมเมืองที่สวยงามราวกับภาพวาดอย่างเมือง Szeged และตระเวนชิมอาหารพื้นเมืองฮังกาเรียนเท่าที่จะชิมไหว!

8. Ecuador

ชมยอดภูเขาหิมะของเทือกเขาแอนดีส, ป่าฝนแอมะซอนที่แต่งแต้มไปด้วยสีสันสวยงาม และเกาะกาลาปากอสอันเลื่องชื่อ! เอกวาดอร์ เป็นสวรรค์บนดินสำหรับนักเดินทางผู้ชื่นชอบธรรมชาติแบบป่าเขตร้อน โชคดีนะที่ประเทศนี้มีค่าครองชีพถูกที่สุดในอเมริกาใต้อีกด้วย หากว่าเกาะกาลาปากอสคือสถานที่ที่อยู่ใน wish list (ซึ่งมันควรนะ) แล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้รีบจองตั๋วเครื่องบินกันเดี๋ยวนี้เลย

อาหาร: อาหารสตรีทฟู้ดและอาหารทั่วไปราคาประมาณ 30-60 บาท (บางพื้นที่อาจชาร์จนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก) เบียร์ราคาประมาณ 60-90 บาทต่อขวด

ที่พัก: โฮสเทลตกคืนละประมาณ 150-250 บาท โรงแรมทั่วไปตกคืนละประมาณ 300 บาทขึ้นไป

การเดินทาง: แท็คซี่และรถเมล์ค่อนข้างมีราคาถูกและเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปได้ง่าย แต่ถ้าในเมืองใหญ่ๆก็สามารถนั่งเครื่องบินได้

สถานที่ท่องเที่ยว: เกาะกาลาปากอส, ป่าฝนเขตร้อนแอมะซอน, เทือกเขาแอนดีส, ภูเขาไฟโกโตปาซี (Cotopaxi)

9. China

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้อันมีชื่อเสียง, ตึกสูงตระหง่านที่เต็มไปด้วยแสงสีในเมืองใหญ่ และกำแพงเมืองจีนอันถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ จีนเป็นประเทศที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมแบบเก่าและแบบใหม่ไว้ด้วยกัน อีกทั้งรสชาติอาหารที่หลากหลาย บวกกับวิวแลนด์สเคปที่สวยงามทำให้จีนเป็นอีก 1 ประเทศที่อยู่ในลิสต์ของบรรดานักเดินทางผู้ชื่นชอบวัฒนธรรมและการผจญภัย

อาหาร: อาหารสตรีทฟู้ดราคาประมาณ 30-100 บาท ส่วนอาหารตามร้านทั่วไปจะอยู่ที่ 150-500 บาทขึ้นไปต่อมื้อ ส่วนเบียร์ราราอยู่ที่ขวดละ 50 บาท

ที่พัก: โฮสเทลตกคืนละประมาณ 500 บาทขึ้นไป โรงแรมปกติอยู่ที่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อคืนแล้วแต่เมืองที่เราไปพัก

การเดินทาง: เมืองใหญ่ๆนั้นจะมีบริการขนส่งสาธารณะพื้นฐานอยู่แล้ว ส่วนแท็คซี่ก็มีให้เลือกมากมาย (คอยเช็คมิเตอร์ด้วยนะว่าคนขับเปิดมิเตอร์หรือเปล่า) ส่วนเมืองอื่นๆก็สามารถเดินทางด้วยรถไฟ รถเมล์ และเครื่องบิน

สถานที่ท่องเที่ยว: กำแพงเมืองจีน, สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้, เมืองเซี่ยงไฮ้, ปั่นจักรยานชมเมืองกุ้ยหลิน

10. Australia

แม้ว่าประเทศสุดท้ายในลิสต์ของเราจะไม่ได้มีค่าครองชีพที่ถูกเว่อร์วังเช่นเดียวกันกับไอซ์แลนด์ แต่ออสเตรเลียก็เป็นอีกประเทศที่ค่าเงินกำลังลดลงในปีนี้! ด้วยภูมิประเทศอันหลากหลาย สิ่งที่เราจะได้พบเมื่อเดินทางมาเที่ยวที่นี่ก็คือป่าฝนเขียวชอุ่ม, หาดทรายสีขาวสวยงามสะกดสายตา, ทะเลทรายกว้างใหญ่ ไปจนถึงสัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์ อาจพูดได้ว่าออสเตรเลียเป็นประเทศในฝันของนักเดินทางผู้ชื่นชอบความท้าทายและความหลากหลายของภูมิทัศน์ก็เป็นได้

อาหาร: อาหารฟาสต์ฟู้ดและขนมต่างๆราคาประมาณ 150-300 บาทขึ้นไป

ที่พัก: โฮสเทลตกคืนละประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป โรงแรมปกติอยู่ที่ 1,900 บาทขึ้นไปต่อคืน หรือเช่ารถบ้าน (campervans) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับใช้เป็นทั้งที่พักและการเดินทางในออสเตรเลีย

การเดินทาง: หากใครเช่ารถบ้านสำหรับเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองแล้วก็ไม่มีปัญหา เลือกสถานที่ที่เราอยากไปแล้วก็ลุยได้เลย! แต่ใครที่ไม่อยากขับรถเองเราก็แนะนำให้ใช้ขนส่งสาธารณะหรือแอพพลิเคชั่น Uber แทน ส่วนตามเมืองเล็กๆทั่วไปก็จะมีบริการรถเมล์ หรือบางทีการเดินทางโดยเครื่องบินอาจเป็นทางเลือกที่ถูกกว่าก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทางที่เราต้องการจะไป

สถานที่ท่องเที่ยว: เกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) แนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยความยาวกว่า 2,000 กิโลเมตร คือสถานที่ที่เหล่านักเดินทางผู้ชื่นชอบการผจญภัยใต้น้ำต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต! ส่วนสายศิลปะวัฒนธรรมต้องไปดูโชว์การแสดงที่ Sydney Opera House สถาปัตยกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซิดนีย์, ทะเลทรายเกรทวิคตอเรีย (Great Victoria) ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 8 โลก, ชมแทสมาเนีย (Tasmania) และทำกิจกรรมปีนเขาหรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Museum of Old and New Art  (MONA) ที่เต็มไปด้วยของวัตถุโบราณและศิลปะแขนงใหม่อันน่าสนใจ โดยอาจโชคดีได้พบกับปรากฎการณ์แสงใต้ (Southern Light) ในช่วงฤดูหนาวของที่นี่ด้วยก็เป็นได้

สนับสนุนโดย ufabet

admin