สายกินห้ามพลาดเด็ดขาดกับ 5 ร้านอาหาร Michelin Star ที่ราคาถูกที่สุดในโลก!

สำหรับนักเดินทางผู้ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายทุกคน การได้นั่งทานอาหารที่ร้านระดับ Michelin Star นั้นคงไม่สลักสำคัญสักเท่าไหร่แถมดูใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเกินจกเป็นอีกต่างหาก Mechelin Star นั้นถูกก่อตั้งขึ้นมายาวนานกว่า 100 ปีก่อนโดยบริษัทผลิตยางรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส จุดประสงค์เพื่อให้รางวัลแก่ร้านอาหารที่ทำอาหารได้เลิศรสรวมถึงบริการและคุณภาพที่น่าประทับใจ จนบางครั้งดาวที่ระบุคุณภาพของร้านอาหารเหล่านี้ก็จะถูกประดับที่ร้านอาหารหรูหราระดับไฮเอนด์แบบที่คนธรรมดาทั่วไปได้แต่ฝันถึงเท่านั้น (คุณอาจกำลังสงสัยว่าแล้วบริษัทผลิตยางรถยนต์มาเกี่ยวข้องกับวงการอาหารได้อย่างไร คำตอบคือยิ่งคนอยากทานอาหารร้านที่ได้ดาวจาก Mechelin Star มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งก่อให้เกิดการเดินทางออกจากบ้านเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งคนเดินทางมากขึ้น ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนยางรถยนต์มากขึ้นนั่นเอง)

ทุกวันนี้ Mechelin Star ได้มีการปรับให้ดาวแก่ร้านอาหารที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะพวกร้านอาหารแนวสตรีทฟู้ดต่างๆ! เพราะฉะนั้นสำหรับนักเดินทางผู้หิวโหยที่อยากประหยัดงบค่าใช้จ่ายทุกท่าน เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาพบกับ 25 ร้านอาหาร Michelin Star ที่ราคาถูกที่สุดในโลกกันได้เลย!

1. SINGAPORE

Hawker Chan
ข้าวหน้าไก่ต้มซีอิ้ว, ข้าวหมูแดง และซี่โครงหมูย่างเนื้อนุ่มลิ้น คือเมนูอาหารซึ่งถือเป็นไฮไลท์เด็ดทประจำร้าน Hawker Chan ร้านอาหารแนวสตรีทฟู้ดที่ได้รับดาวมิชลินสตาร์เป็นลำดับที่ 2 ของโลก รังสรรค์เมนูโดยเชฟ Chan Hong Meng

ประเภท: ร้านอาหารสตรีทฟู้ดสไตล์ฮ่องกง
ราคา: ราคาประมาณ 50 บาทต่อจาน

Hill Street Tai Hwa Pork Noodles
อีกหนึ่งร้านอาหารแนวสตรีทฟู้ดที่มีชื่อเสียงของสิงคโปร์ก็คือร้าน Hill Street Tai Hwa Pork Noodles ซึ่งก็เป็นร้านที่ได้รับดาวจากมิชลินสตาร์เช่นเดียวกัน เมนูเด็ดของร้านก็คือ bak chor mee หรือบะหมี่หมูสับที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเอง เครื่องที่ใส่มาก็จะมีทั้งหมูสับ, หมูชิ้น, ตับหมู, เห็ด, ลูกชิ้น และเกี๊ยวทอด

ประเภท: ร้านบะหมี่ (Bak chor mee หรือบะหมี่หมูบะช่อคือจานซิกเนเจอร์ของร้าน)
ราคา: ราคาประมาณ 150 บาทต่อจาน

2. HONG KONG

Tim Ho Wan
พูดถึงฮ่องกงแล้ว เมนูอาหารที่โด่งดังก็คือ ‘ติ่มซ่ำ’ ซึ่งร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในเรื่องของเมนูติ่มซำก็คือร้าน Tim Ho Wan นั่นเอง โดยเมนูที่คนนิยมสั่งกันมากที่สุดก็คือ ‘บ๊ะจ่าง’ (lor mai gai) ซึ่งมีส่วนผสมของข้าวเหนียว, เนื้อไก่ และเห็ดหอม อีกหนึ่งเมนูยอดนิยมก็คือ ‘ขนมจีบ’ (siu mai) ที่มีให้เลือกทั้งขนมจีบหมูและขนมจีบกุ้ง ทานคู่กับซาลาเปาไส้หมูแดงหรือซาลาเปาไส้ครีม (โอยยยยย หิว!)

ประเภท: ร้านติ่มซำสไตล์ฮ่องกง
ราคา: ประมาณ 60 บาทขึ้นไป

Kam’s Roast Goose
ท้องร้องไม่หยุดแค่ได้กลิ่นเนื้อย่างจาก 1 ในร้านอาหารที่ป๊อปปูล่าร์ที่สุดของเกาะฮ่องกง ซึ่งเมนูแนะนำของร้านก็คือขาห่านย่างเสิร์ฟพร้อมน้ำซุป, หมูหัน, หมูกรอบ และอื่นๆอีกมากมาย ใครที่อยากไปร้านนี้แนะนำให้เลือกแวะไปช่วงบ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น

ประเภท: ร้านสตรีทฟู้ดสไตล์ฮ่องกง
ราคา: 300-1,200 บาท

Ho Hung Kee
บะหมี่เหนียวนุ่ม, ติ่มซำร้อนๆ, น้ำซุปรสหวาน, บะหมี่เกี๊ยว เมนูบ้านๆที่เราคุ้นเคยกันดีกลายเป็นเมนูอร่อยที่สร้างชื่อเสียงให้กับร้าน Ho Hung Kee อีก 1 ร้านสตรีทฟู้ดดีกรีมิชลินสตาร์จากเกาะฮ่องกงที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาต่อคิวยาวเหยียดเพื่อให้ได้ชิมเมนูเหล่านี้

ประเภท: โจ๊กและบะหมี่
ราคา: 400-800 บาท

3. CHINA

Madam Goose (ซินจวง-เซี่ยงไฮ้)
Madam Goose ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ 3 ปีซ้อนตั้งแต่ปี 2017-2019 ในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่ตกแต่งในธีมรังนกสุดหรูนี้มาพร้อมกับเมนูอาหารจานเด็ดที่ชื่อว่า ‘หงส์กรอบ’ แป้งทอดรูปหงส์ไส้หมูแดงที่กรอบนอก นุ่มใน จนโดนใจนักท่องเที่ยวสายกินกันแบบสุดๆ นอกจากนี้ยังมีหมูกรอบ, ติ่มซำ, ขาห่านย่าง, ไก่ต้มซีอิ๊ว และหมูแดง ซึ่งถือเป็นเมนูซิกเนเตอร์ของร้านเลยทีเดียว ส่วนของหวานก็ต้องขนมปังสอดไส้เนยและสับปะรดนี่เลย

ประเภท: ร้านหมูกรอบ หมูแดง ขาห่านย่างสไตล์ฮ่องกง
ราคา: ประมาณ 450-500 บาทขึ้นไปสำหรับมื้อกลางวันและดินเนอร์ (จานเดี่ยว)

Lao Zheng Xing (เซี่ยงไฮ้)
ว่ากันว่าร้าน Lao Zheng Xing คือร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในมหานครเซี่ยงไฮ้ (ก่อตั้งขึ้นในปี 1862 แน่ะ!) ซึ่งเมนูคลาสสิกหลายๆจานของเซี่ยงไฮ้ก็มีต้นกำเนิดมาจากร้านนี้นี่เอง ทุกวันนี้ร้านอาหาร Lao Zheng Xing ก็ยังคงเป็นร้านที่คนท้องถิ่นชอบมากินอยู่เสมอ โดยร้านระดับมิชลินสตาร์นี้เน้นเสิร์ฟเมนูซีฟู้ดเป็นหลัก เช่น กุ้งแม่น้ำทอดกรอบ, ปลิงทะเลน้ำแดง และปูนึ่ง แนะนำว่าก่อนไปควรจองก่อนให้เรียบร้อย

ประเภท: ร้านอาหารจีนที่ผสมสไตล์ฮ่องกง
ราคา: 500-1,000 บาทต่อจาน สำหรับมื้อกลางวัน 500-1,500 บาทต่อจาน สำหรับมื้อเย็น

4. JAPAN

Tsuta Japanese Soba Noodles (โตเกียว)
ร้านราเม็งร้านแรกในญี่ปุ่นที่ได้ดาวจากมิชลินสตาร์ ร้าน Tsuta เป็นร้านที่นักเดินทางผู้หลงรักความอร่อยของราเม็งทุกคนต้องลิสต์ไว้เลยว่าต้องมาชิมให้ได้! ซึ่งเมนูขึ้นชื่อของร้านก็หนีไม่พ้น โชยุราเม็งทรัฟเฟิลโรยด้วยไข่และหัวหอมสด, โซบะเย็น, โซบะร้อน และด้วยความญี่ปุ่นทั้งปวง ร้าน Tsuta นี้จะใช้ระบบการออกตั๋วซึ่งจะระบุเวลาไว้ว่าเราสามารถกลับมาที่ร้านเพื่อรับทานอาหารที่สังไว้ได้ในช่วงเวลากี่โมง ทำให้เราไม่จำเป็นต้องต่อคิวยาวเหยียดเพื่อรอทานอาหาร

ประเภท: บะหมี่ราเม็งและโซบะ
ราคา: 300-500 บาท

Shinjuku Kappo Nakajima (โตเกียว)
ร้าน Kappo Nakajima ที่ตั้งอยู่ในย่านชินจูกุแห่งเมืองโตเกียวนั้นเป็นร้านอาหารที่ทั้งนักชิมและนักเดินทางผู้อยากประหยัดงบทุกคนต้องจดชื่อเอาไว้เลย เมนูอาหารญี่ปุ่นอย่าง ซาชิมิ, ปลาโดะโจหรือซาดีนหม้อไฟ โดยสามารถเลือกเสิร์ฟแบบครบเซ็ตที่มีข้าว, ชุดมิโซะ, ผักดอง และชาเติมฟรีก็ได้ ถึงแม้ว่าเซ็ตอาหารกลางวันจะราคาไม่แพงมากนักแต่ราคาของอาหารเย็นกลับโดดสูงขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นใครอยากชิมเมนูจากร้าน Kappo Nakajima นี้ในราคาเบาๆ แนะนำให้จองล่วงหน้าหรือไปเร็วๆหน่อยก็ดี

ประเภท: อาหารญี่ปุ่นพื้นบ้าน
ราคา: เซ็ตอาหารมื้อกลางวันเริ่มต้นที่ 200 บาทขึ้นไป

5. THAILAND


ร้านเสน่ห์จันทร์
จากสูตรอาหารต้นตำหรับชาววังที่มีมาแต่โบราณจนกลายมาเป็นอาหารจานเด็ด ณ ‘ร้านเสน่ห์จันทร์’ ร้านอาหารไทยร่วมสมัยซึ่งมีเมนูยอดนิยมประจำร้านคือ ‘แกงรัญจวน’ แกงลักษณะคล้ายต้มแซ่บปรุงรสน้ำแกงด้วยน้ำพริกกะปิและกะทิหอมหวาน คือสุดยอดเมนูที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด!

ประเภท: ร้านอาหารไทยร่วมสมัย
ราคา: เริ่มต้นที่เมนูละ 300 บาทขึ้นไป

ร้านเจ๊ไฝ
ไม่ต้องพูดอะไรเยอะกับน้านสตรีทฟู้ดระดับมิชลินสตาร์ที่แสนโด่งดังอย่าง ‘ร้านเจ๊ไฝ’ ที่มาพร้อมเมนูบ้านๆแต่เด็ดทุกจานอย่าง ปูผัดผงกะหรี่, ไข่เจียวปู, กุ้งอบวุ้นเส้น และข้าวต้มแห้ง โดยร้านเจ๊ไฝนี้เป็นร้านอาหารแนวสตรีทฟู้ดร้านที่ 3 ของโลกที่ได้รับดาวจากมิชลินสตาร์ ทำให้คิวที่ยาวอยู่แล้วนั้นยิ่งยาวขึ้นไปอีก!

ประเภท: อาหารไทยพื้นบ้าน (เน้นซีฟู้ด)
ราคา: 300-1,000 บาท

ร้านชิม บาย สยาม วิสดอม (Chim by Siam Wisdom)
ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างอาหารไทยพื้นบ้านกับเมนูร่วมสมัย ทำให้ ‘ร้านชิม’ สามารถครีเอทเมนูสร้างสรรค์ที่แสนอร่อยจนทำให้ได้รับดาวจากมิชลินสตาร์ไปได้ในที่สุด โดยเมนูยอดนิยมของทางร้านก็จะเป็น ล็อบสเตอร์มะพร้าว, ต้มโฮกฮือ หรือ ต้มโคล้งปลากรอบ, แกงคั่วปู, หมี่กรอบโบราณ โดยใครที่อยากมาชิมเมนูเหล่านี้ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น และเมนูอาหารกลางวันจะราคาถูกกว่าอาหารเย็น เพราะฉะนั้นเลือกช่วงเวลามาให้ดีล่ะ

ประเภท: ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น
ราคา: 380 บาทขึ้นไปสำหรับเซ็ตอาหารกลางวัน ส่วนอาาหารเย็นจะตกเซ็ตละ 1,000 บาทขึ้นไป

สนับสนุนโดย ufabet

admin