การนั่งทำงานในออฟฟิศส่งผลต่อสุขภาพจิตเราได้อย่างไร

มีผลการวิจัยมากมายที่แสดงให้เราเห็นว่าการนั่งทำงานในออฟฟิศนั้นส่งผลทางลบต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายได้อย่างไรบ้าง โดยส่วนมากแล้วโครงสร้างของออฟฟิศมักถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์หลัก 2 อย่าง อย่างแรกคือเพิ่มผลิตผลในการทำงาน และอย่างที่สองก็คือประสิทธิภาพในการร่วมมือกันระหว่างแผนก ซึ่งตามจริงมันก็ไม่แปลกหรอก แต่ผลการวิจัยสภาพแวดล้อมในการทำงานทั้งหลายที่ออกมานี้ทำให้เราได้รู้ว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมแบบนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยน่ะสิ! ส่วนปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดในการทำงานนั้นจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันได้เลย

1. แสง


ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Northwestern ในปี 2014 พบว่าออฟฟิศที่มีสภาพแวดล้อมมืดทึบ มีหน้าต่างน้อยบาน ไม่โปร่งสบายนั้นส่งผลให้พนักงานมีปัญหาด้านการนอนหลับและสุขภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับพนักงานที่ทำงานในออฟฟิศที่ได้รับแสงธรรมชาติมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงธรรมชาติในช่วงเช้านั้นจะช่วยให้ระบบนาฬิกาในสมองของเราคำนวณเวลาในการนอนหลับได้ดีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตรงกันข้ามการใช้ชีวิตประจำวันในสถานที่ทำงานที่มืดทึมหรือมีแสงจากธรรมชาติน้อยนั้นก็จะส่งผลต่อระบบนาฬิกาในสมองของเราในเชิงลบโดยทำให้เรารู้สึกง่วงนอนตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้เกิดความเครียดสะสมและสุขภาพจิตผิดปกติได้ในที่สุด หากคุณไม่สามารถย้ายโต๊ะทำงานไปไว้ใกล้กับหน้าต่างได้ล่ะก็ ลองใช้เวลา 15-20 นาทีอยู่ข้างนอกออฟฟิศในตอนเช้าก็ดูจะเป็นวิธีแก้ไขที่ช่วยปรับวงจรการนอนหลับของคุณให้สมดุลย์ขึ้นได้เช่นกัน

2. เสียง


ด้วยความนิยมในการสร้างออฟฟิศที่เปิดโล่งของบริษัทส่วนใหญ่ ทำให้พนักงานถูกบังคับให้ฟังเสียงจากบทสนทนาของเพื่อนร่วมงาน เสียงกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในออฟฟิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงพิมพ์งานเสียงดังอลังการอันน่ารำคาญ ผลการศึกษาจากประเทศเยอรมันในปี 2016 พบว่าเหล่าสรรพเสียงในสถานที่ทำงานนั้นเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตที่แย่ลง ตรงๆเลยก็คือเสียงทำให้เกิดความเครียด ยิ่งคุณรู้สึกรำคาญเสียงที่เกิดขึ้นมากเท่าไหร่ สุขภาพจิตของคุรยิ่งแย่ลงเท่านั้น ซึ่งวิธีแก้ก็คือการสวมหูฟังนั่นเอง

3. ความโดดเดี่ยว


งานวิจัยจาก Harvard Business School พบว่าออฟฟิศที่มีลักษณะเปิดโล่งนั้นส่งผลให้การมีปฎิสัมพันธ์ภายในออฟฟิศลดลง เนื่องด้วยรูปแบบโครงสร้างสำนักงานถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างเพื่อนร่วมงานมากกว่าการใช้อีเมลหรือโปรแกรมแชทในออฟฟิศ ผลก็คือการสื่อสารแบบตัวต่อตัวลดลงถึง 70% แถมยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตตามมาอีก เนื่องด้วยการที่พนักงานต้องพบปะกับผู้คนมากมายในทุกวันนั้นส่งผลให้เกิดความเครียดและความกดดัน ในขณะที่การคุยผ่านแชทหรืออีเมลนั้นไม่ส่งผลกระทบใดๆในจุดนี้ ทางแก้ก็คือให้เราลองออกไปทานข้าวเที่ยงกับเพื่อนร่วมงานดูบ้าง เพราะการได้ออกจากสถานที่ทำงาน ห่างกันสักพักกับจอคอมพิวเตอร์ ทำให้เราได้เริ่มต้นบทสนทนากับเพื่อนร่วมงานของเราอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น แถมส่งผลให้สุขภาพจิตเราดีขึ้นได้อีกด้วยนะ

4. สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรมชาติ


นักวิจัยค้นพบว่าการที่คนเราได้ออกไปสัมผัสกับ ‘สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ’ เช่น พื้นที่สีเขียวอย่างสวนสาธารณะหรือป่า กับพื้นที่สีฟ้าอย่างแม่น้ำหรือชายฝั่งทะเลนั้นช่วยให้สุขภาพของเราดีขึ้นได้จริงๆ และผลการศึกษาจากวารสารวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์ Plos One ในปี 2016 ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมโยงนี้ให้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้นไปอีก โดย Plos One บอกว่าการที่ออฟฟิศมีส่วนประกอบหรือสิ่งก่อสร้างตามธรรมชาติ เช่น ต้นไม้หรือน้ำพุนั้นสามารถลดความเครียดของพนักงานลงได้ แต่หากออฟฟิศของใครเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างเทียมๆอย่างพลาสติกและโลหะแล้วล่ะก็ นั่นก็จะทำให้คุณรู้สึกหดหู่ตามสภาพแวดล้อมไปด้วยแน่นอน มา! วิธีแก้ในข้อนี้ก็ง่ายมาก แค่เอากระถางต้นไม้มาวางเพิ่มหรือตกแต่งออฟฟิศของคุณด้วยภาพวาดหรือภาพถ่ายต้นไม้ใบหญ้า เวลานั่งทำงานเครียดๆเงยหน้าขึ้นมามองก็จะช่วยลดความเครียดลงไปได้บ้าง

5. ไม่มีความเป็นส่วนตัว


การขาดความเป็นส่วนตัวในการทำงานที่ออฟฟิศนั้นทำให้คุรรู้สึกเสียวสันหลังวาบอยู่ตลอดเวลาว่าเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายของคุณจะมายืนดูคุณในขณะที่ทำงานอยู่! (ใครเคยโดนจะรู้ว่ามันอึกอัดมากๆ) ซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลต่อความกดดันทางอารมณ์จนก่อให้เกิดภาวะหมดไฟในการทำงานขึ้นมาดื้อๆ หรือที่เราเรียกกันว่า Burnout Syndrome นั่นเอง ทางแก้ก็คือให้เราลองหาภาพถ่าย, ของใดๆที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำมาวางบนโต๊ะทำงานเพื่อให้เราเกิดความรู้สึกเป็นส่วนตัวกับพื้นที่ทำงานมากยิ่งขึ้น

6. พื้นที่ทำงานรกๆ


บางคนก็โอเคที่จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นระเบียบ แต่ในความเป็นจริงแล้วโต๊ะทำงานที่ยุ่งเหยิงไร้ระเบียบนั้นทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเราหยุดชะงัก โดยผลการวิจัยระบุว่าการที่โต๊ะทำงานของเราไม่มีความเป็นระเบียบนั้นส่งผลให้เราสูญเสียการควบคุมทางอารมณ์ได้ง่าย โต๊ะทำงานยุ่งๆยังทำให้คุณหลุดโฟกัสได้ง่ายจนก่อให้เกิดความเครียดในการทำงาน จนพาลไปเป็นโรควิตกกังวลได้อีกด้วย! หากคุณคิดว่าออฟฟิศที่รกเละเทะนั้นเริ่มจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคุณมากกว่าผลดีแล้วล่ะก็ จัดการทำความสะอาดมันซะ! แต่ถ้าไม่สามารถไปจัดระเบียบส่วนกลางได้ให้คุณจัดระเบียบบริเวณรอบๆโต๊ะทำงานของคุณเองให้เรียบร้อย อย่างน้อยๆเวลานั่งทำงานแล้วมองไปก็ยังชื่นใจได้อยู่บ้าง ผลสุดท้ายก็คือเราจะโฟกัสกับการทำงานมากขึ้นจนกระทั่งผลงานดีขึ้นในที่สุดนั่นเอง

สนับสนุนโดย ufabet

admin