9 สิ่งที่คนมีความสุขเขาทำกันหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า

คุณอาจจะไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในโลกให้เป็นไปดั่งใจคุณได้ แต่สิ่งหนึ่งและสิ่งแรกที่คุณทำได้ก็คือหลังจากตื่นนอนในตอนเช้านี่ล่ะ! ทุกๆคนมีวิธีจัดการกับช่วงเช้าของตัวเองแตกต่างกันไป บางคนก็ตื่นนอนมาด้วยอารมณ์ตื่นเต้นสดใสที่จะได้เริ่มวันใหม่เร็วๆ ส่วนบางคนก็ชอบที่จะเอื่อยเฉื่อยอยู่บนที่นอนก่อนจะลุกไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยในแต่ละวัน ไม่ว่าคุณจะกดเลือกวิธีตื่นนอนแบบเบอร์ 1 หรือเบอร์ 2 เราก็มีวิธีที่จะทำให้คุณเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างสดใสได้เหมือนๆกัน

การตื่นนอนแต่เช้าเป็นประจำทุกวันนั้นจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ กระตือรือร้น และเต็มไปด้วยพลังงานที่จะออกไปลุยกับภารกิจนอกบ้าน การเริ่มต้นที่ดีในตอนเช้าทำให้เกิดความรู้สึกสุขใจที่จะอยู่ติดตัวคุณไปตลอดทั้งวัน กิจวัตรประจำวันช่วงเช้าของคุณไม่ควรมีแค่ความรู้สึกที่ว่าวันนี้ฉันพร้อมลุยเท่านั้น แต่ควรรวมถึงความรู้สึกสดใส ใจพร้อม กายพร้อมเพื่อที่จะออกไปเผชิญหน้ากับโลกอีกด้วย

มาเริ่มต้นนิสัย 9 สิ่งที่คนมีความสุขเขาปฏิบัติทุกวันเพื่อการเริ่มต้นที่ดีในตอนเช้าจามนี้กันได้เลย (ใบ้ให้นิดหนึ่งว่าไม่ใช่การรีบกระดกแก้วกาแฟและตะบึงออกจากประตูบ้านด้วยความไวแสงแน่นอน)

1. นอนหลับให้เพียงพอ

แน่นอนว่าคนที่เหนื่อยล้าตลอดเวลาน่ะไม่ใช่คนที่มีความสุขในชีวิตนักหรอก ไม่มีอะไรพรากความสุขออกจากตัวคุณได้รวดเร็วเท่ากับการตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อนและอารมณ์บูดอีกแล้ว หากในตอนกลางคืนคุณนอนหลับไม่เพียงพอล่ะก็คุณก็จะตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดสุดๆ ซึ่งมันก็ยากนะที่คุณจะทำใจให้มองโลกในแง่ดีได้หากว่าร่างกายมันเรียกร้องอยากกระโดดกลับไปนอนบนเตียงนุ่มสบายตลอดเวลา

การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนั้นเป็นเสมือนยาอายุวัฒนะที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณสุขภาพดี และยังเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีความสุขและสวัสดิภาพที่ดีตามมาด้วย จากผลการวิจัยก็ยังแสดงให้เห็นอีกด้วยว่าการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยพัฒนาสมาธิ, เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้อารมณ์ดีและรู้สึกว่าตัวเองอยู่ดีมีสุขมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอก็ส่งผลเสียต่อความจำและยังไปเพิ่มระดับฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียดอีกด้วย ดังนั้นอันดับแรกเลยที่จะช่วยสร้างความสุขให้คุณได้นั่นก็คือพยายามนอนหลับให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การจัดตารางเวลาการนอนและทำตามตารางนั้นอย่างเคร่งครัดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีไม่เบา ใครที่กำลังงอแงว่าโฮ้ยยยทำไม่ได้หรอก! ก็แล้วแต่นะ เพราะความสุขของตัวคุณเองก็ขึ้นอยู่กับสิ่งนี้แหละ

2. วันใหม่กับการเริ่มต้นใหม่ๆ

คนมีความสุขมักเริ่มต้นแต่ละวันด้วยความรู้สึกว่า ‘เย้ วันใหม่มาถึงแล้ว!’ ในทุกๆวัน พวกเขาจะตื่นนอนขึ้นมาด้วยความคิดที่ว่าวันนี้แหละคือวันแห่งการเริ่มต้นใหม่ของฉัน เพราะฉะนั้นพวกเขาก็จะมีความคิดที่ว่าต้องก้าวต่อไปข้างหน้าโดยไม่ดึงเอาความรู้สึกเฟลๆของเมื่อวานมากดทับความสุขที่ควรจะเกิดขึ้นในวันนี้ จริงอยู่ที่ว่าเมื่อวานคุณอาจจะเจอเรื่องราวเลวร้ายมา แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าวันนี้คุณจะเดจาวูเจอกับเรื่องร้ายๆอีกนี่นา (ในวันต่อๆไปก็เช่นกันนะ) คนมีความสุขจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการปฏิญาณตนกับตัวเองว่าเจตนารมณ์ของฉันในวันนี้ก็คือการทำวันนี้ให้ดี การที่คุณตื่นขึ้นมาแล้วบอกกับตัวเองในแง่บวกว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดีนั้นเป็นการเริ่มต้นวันใหม่อันแสนทรงพลังที่จะช่วยให้คุณรู้สึกทั้งมั่นใจและพร้อมที่จะประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น

– เรามีความรู้ความสามารถมากพอที่จะช่วยให้ตัดสินใจอะไรๆได้ดี
– เราจะเป็นตัวของเราเองซึ่งนั่นก็คือสิ่งที่เราภูมิใจกับมันแล้วไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็ตาม
– เราจะไม่ปล่อยให้ความรู้สึกแย่ๆเกี่ยวกับตัวเองหรือชีวิตมาทำให้เราต้องขุ่นเคืองใจเด็ดขาด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมันก็ถือเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น
– เราจะกล้าหาญและกล้าเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเองเพื่อผ่านมันไปให้ได้

3. ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกขอบคุณในทุกๆวัน

การที่คุณตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกขอบคุณในทุกๆวันนั้นทำให้คูณสามารถเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างมุ่งมันและเต็มไปด้วยพลังที่ดี หัวใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณนั้นเป็นหัวใจที่มีความสุข ซึ่งความรู้สึกขอบคุณนั้นเป็นความรู้สึกที่เต็มไปด้วยอำนาจเพราะมันสามารถกำหนดทั้งความรู้สึกและการกระทำของเราได้ การคิดถึงสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกขอบคุณจะทำให้คุณรู้สึกขอบคุณวันนี้มากขึ้นอีก 10 เท่า มันเป็นการมองโลกในแง่บวกแบบวนลูปที่ง่ายต่อการฝึกฝนและส่งผลกระทบที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายรวมถึงจิตใจของคุณอีกด้วย

คุณสามารถตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกขอบคุณได้ง้ายๆโดยเริ่มตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาในตอนเช้าแล้วซึมซับสิ่งดีๆรอบตัวคุณให้มากที่สุด จดจำเอาไว้ว่าช่วงเวลาที่แสนพิเศษนี้เป็นอย่างไรและมันดีแค่ไหนที่คุณได้มาอยู่ตรงนี้ การที่คุณมี ‘วันนี้’ ก็ถือของขวัญที่ชีวิตมอบให้กับคุณแล้วและคุณจะทำอย่างไรกับของขวัญชิ้นนี้ก็ได้ตามแต่ใจต้องการ คุณสามารถเลือกทำวันนี้ให้ดีที่สุด ให้มีความสุขที่สุด หรือใช้เวลาสักครู่หนึ่งเพื่อขอบคุณในทุกสิ่งที่คุณมีอยู่ตอนนี้ก็ได้

4. คอยจัดการกิจวัตรช่วงเช้าให้จัดการได้ง่าย
คนมีความสุขจะไม่ตื่นนอนในตอนเช้าแล้วร้องว่า ‘วันนี้สายแล้วโว้ยยยย!’ (ซึ่งก็ทุกวันแหละ) กระโดดผลุงออกจากที่นอน วิ่งวุ่นไปทั่วห้อง พยายามแต่งตัวเตรียมตัวด้วยความเร็วสูง โดยฉากสุดท้ายคือรีบพุ่งตัวออกจากบ้านไปทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าวันนี้ไปประชุมสายแล้วแน่นอน ฑฤติกรรมแบบนี้จะทำให้คุณรู้สึกเครียดจัดไปทั้งวัน การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความพึงพอใจและสงบราบรื่นนั้นจำเป็นต้องกำหนดเวลาการตื่นที่เหมาะสม พร้อมเริ่มต้นด้วยความสุขสงบ และก้าวเดินอย่างเป็นจังหวะ

คนที่มีความสุขมีแนวโน้มว่าจะรักษากิจวัตรช่วงเช้าของตัวเองให้เรียบง่ายและจัดการได้ง่าย ซึ่งกิจวัตรช่วงเช้าที่ยุ่งยากซับซ้อนนั้นยากต่อการจัดการ แถมทำให้คุณรุ็สึกรุ่มร้อนใจแถมโมโหเอาได้ง่ายๆอีกด้วย ตัดความยุ่งยากทั้งหลายทั้งปวงออกไป ไม่เอาสิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างเช่น การเช็คและตอบอีเมลในขณะที่จัดการแต่งหน้าแต่งตัวไปด้วย ควรเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นเพื่อที่เวลาในช่วงเช้าของคุณจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายและไม่ทำให้เกิดความเครียดมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สิ่งนี้แหละที่จะช่วยให้คุณอารมณ์ดีไปได้ตลอดทั้งวัน

5. นั่งสมาธิ

การฝึกทำสมาธิหรือนั่งสมาธิเป็นประจำทุกวัน แม้จะเป็นเวลาแค่ 5 นาทีหรือยาวนานกว่านั้น สามารถช่วยสร้างความพึงพอใจและจิตที่มีความสุขได้ เพียงแค่ใช้เวลาช่วงเช้าสักครู่หนึ่งในการฝึกทำสมาธิก็จะช่วยให้คุณมีสมาธิมากขึ้น เพิ่มความมั่นใจในตนเอง ช่วยคลายความวิตกกังวล ไม่รู้สึกกระวนกระวายไปกับความวุ่นวายรอบๆตัว โดยคุณสามารถฝึกทำสมาธิในช่วงเวลาไหนของวันก็ได้ แต่ก็แน่นอนแหละว่าช่วงเช้าคือเวลาที่ดีที่สุดแล้ว

การเริ่มต้นฝึกทำสมาธินั้นทำได้ง่ายๆด้วยการนั่งนิ่งๆในท่าที่สบายหรือจะนั่งบนเก้าอี้ก็ได้เป็นเวลาสัก 2 นาทีทุกๆเช้า ซึ่งนี่คือโอกาสอันดีที่จะทำให้คุณได้สำรวจความคิดและความรู้สึกของตัวเองทั้งในด้านจิตใจและร่างกาย เพ่งสมาธิสักระยะหนึ่ง จากนั้นก็กำหนดลมหายใจเข้า-ออก โฟกัสความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับร่างกายเราไปที่จุดใดจุดหนึ่ง จดจำความรู้สึกนึกคิดและหล่อเลี้ยงความรู้สึกรักตัวเองให้เพิ่มมากขึ้นในแต่ละครั้ง

การทำสมาธินั้นเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยให้คุรรู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น รวมถึงเห็นคุณค่าของทุกนาทีที่คุณใช้ชีวิตอยู่อีกด้วย

6. เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการออกกำลังกาย

ก่อนที่คุณจะดำดิ่งไปสู่งโลกแห่งการทำงานอันแสนยาวนาน ให้แน่ใจก่อนเลยว่าคุณจะเจียดเวลาสักช่วงหนึ่งให้กับการออกกำลังกาย บางคนค้นพบว่าการได้สูดอากาศบริสุทธิ์ในช่วงเช้านั้นช่วยให้อารมณ์สดใสไปได้ตลอดทั้งวัน ลองเปลี่ยนท่าเดินให้กระฉับกระเฉงขึ้น, วิ่งระยะสั้นๆ, ไปออกกำลังกายที่ยิม, ออกกำลังกายเองที่บ้าน เช่น ยืดแขนยืดขาหรือโยคะก็เป็นทางเลือกที่ดีทีเดียว

การออกกำลังกายในตอนเช้าทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น และยังช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงพร้อมเริ่มต้นวันใหม่อย่างเต็มไปด้วยพลัง นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยให้สมองปล่อยสารเคมีที่ทำให้คุณมีความสุข เช่น สารเซโรโทนิน, โดปามีน และนอร์เอพิเนฟรินอีกด้วย สิ่งเหล่านี้แหละที่จะมาเป็นตัวช่วยในการทำหน้าที่รับแรงกระแทกที่เกิดจากความเครียดและยังช่วยผ่อนคลายอาการวิตกกังวลต่างๆได้เป็นอย่างดี ผลการวิจัยหนึ่งระบุว่าการออกกำลังกายช่วยปรับปรุงทัศนคติที่มีต่อร่างกายตัวเองและช่วยให้เราอยู่ดีมีสุขมากขึ้น

7. เก็บที่นอนให้เรียบร้อย

อาจจะฟังดู้ป็นคำแนะนำโง่ๆนิดหน่อย แต่การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการจัดเตียงนี่ล่ะที่จะช่วยให้คุณรู้สึกพร้อมเผชิญกับกิจกรรมต่างๆที่ต้องทำในวันนี้อย่างเต็มที่! สืบเนื่องจากผลสำรวจหนึ่งที่ทำการสำรวจคนอเมริกันจำนวน 200 คน พบว่าคนที่เก็บที่นอนหลังจากตื่นนอนในตอนเช้านั้นเป็นคนที่กล้าผจญภัย มั่นใจ และชอบเข้าสังคม ส่วนคนที่ไม่จัดการเก็บที่นอนของตัวเองนั้นมักเป็นคนขี้อาย เจ้าอารมณ์ และชอบวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น

คนที่ประสบความสำเร็จหลายๆคนในโลกนี้มักจะให้คำแนะนำว่าหลังจากตื่นนอนในตอนเช้าแล้วสิ่งที่ควรทำก็คือเก็บที่นอนให้เรียบร้อยซะ เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของความพร้อมที่จะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความรู้สึกดีๆ ยกตัวอย่างเช่น ทิม เฟอร์ริส ไอดอลของนักธุรกิจยุคใหม่ผู้ประสบความสำเร็จจนสามารถเขียนหนังสือเกี่ยวกับไลฟ์สไตส์วิธีทำงานแบบคนยุคใหม่ซึ่งขายดีไปทั่วโลกได้บอกเอาไว้ว่า การเก็บเตียงให้เรียบร้อยหลังตื่นนอนในตอนเช้าคือกิจวัตรง่ายๆที่สอนเราว่าสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตที่เป็นเรื่องประจำวันในชีวิตของเราล้วนเป็นเรื่องที่สำคัญทั้งนั้น

พลเรือเอกวิลเลียม แฮรรี แมคเรเวน ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหรัฐ ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่กินใจคนทั่วโลกเอาไว้ในงานรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยเท็กซัสว่า “ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนโลก จงเริ่มต้นที่การเก็บที่นอนของคุณเอง ถ้าคุณหัดเก็บที่นอนตัวเองทุกเช้า คุณจะทำภารกิจแรกของแต่ละวันได้สำเร็จ มันจะทำให้คุณเกิดความรู้สึกภูมิใจเล็กๆ และมันจะกระตุ้นให้คุณทำภารกิจอื่นต่อไปและภารกิจต่อไป โดยเมื่อสิ้นสุดวัน การทำภารกิจแรกได้สำเร็จ ก็จะกลายเป็นว่าภารกิจอีกหลายอย่างสำเร็จไปด้วย

“การเก็บที่นอนของตัวเองตอนเช้ายังจะช่วยเสริมข้อเท็จจริงที่ว่า สิ่งเล็กๆ นี่แหละที่สำคัญสำหรับชีวิต ถ้าเพียงสิ่งเล็กๆคุณยังทำไม่ได้ คุณก็จะไม่มีวันทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้สำเร็จ และถ้าหากมีวันไหนที่คุณรู้สึกว่ามันเป็นวันที่อับเฉาไร้โชค เมื่อคุณกลับมาถึงบ้าน คุณก็ยังได้กลับมาถึงเตียงที่ถูกเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว เตียงที่คุณเก็บและเตียงที่ถูกเก็บเอาไว้เรียบร้อยจะปลอบขวัญคุณว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ดีกว่าวันนี้”

8. บำรุงร่างกายด้วยมื้อเช้า

คุณน่าจะเคยได้ยินมาบ่อยแล่วล่ะว่าอาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน และมันก็จริงนะ! การรับประทานอาหารเช้าจะกระตุ้นเมตาบอลิซึมและช่วยให้จิตใจกับร่างกายของคุณพร้อมสำหรับจัดการกับวันยุ่งๆต่อไป ผลการวิจัยหนึ่งค้นพบว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำทุกวันมักจะบริโภคผักและผลไม้มากกว่าและลดน้ำหนักได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าอีกด้วย

ร่างกายที่ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนสมบูรณ์นั้นจะนำไปสู่อารมณ์ที่มั่นคงแจ่มใส โดยการรับประทานอาหารเช้ายังถือเป็นการส่งสารเชิงบวกให้แก่ตัวเองอีกด้วยว่าเราสามารถดูแลสุขภาพร่างกายของเราให้อยู่ดีมีสุขได้ นอกจากนี้คุณจะพบว่าคุณสามารถทำสิ่งต่างๆได้อย่างมีสมาธิมากยิ่งขึ้นหากคุณรับประทานอาหารเช้าที่ถูกจัดให้เป็นมื้อเพื่อสุขภาพ เพราะคุณจะรู้สึกเหนื่อยล้าและโมโหหิวน้อยกว่าในช่วงระหว่างวันซึ่งหากคุณทานอาหารเช้าที่ไม่มีคุณภาพ (หรือแย่กว่านั้นคือไม่ทานเลย) จะยิ่งทำให้คุณรับประทานมื้อกลางวันเยอะขึ้นไปอีกเท่านั้น ซึ่งอาหารเช้าที่ดีจะต้องประกอบไปด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตด้วยเพื่อให้ร่างกายของคุณมีพลังงานเพียงพอที่จะจัดการกับกิจกรรมต่างๆต่อไป

9. ตั้งเป้าหมายในแต่ละวัน

คนมีความสุขมักจะมีจุดประสงค์ในการใช้ชีวิต เขาจะไม่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ลอยไปลอยมาแบบไร้ซึ่งความหมาย เขาจะทำงานในแต่ละวันเพื่อก้าวเดินต่อไปข้างหน้าและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ให้ได้ การตั้งเป้าหมายแบบนี้จะช่วยกำหนดลำดับที่ต้องทำก่อน-หลัง และยังกำหนดว่าระยะทางที่เราต้องไปต่อนั้นอยู่อีกไกลแค่ไหนอีกด้วย ดังนั้นคนที่มีความสุขกับชีวิตจึงมักจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการตั้งเป้าหมายขึ้นมาเพื่อตัวเอง โดยคำถามในแต่ละวันก็คือ มีอะไรที่คุณอยากทำให้สำเร็จลุล่วงบ้างไหมในวันนี้? อะไรคือสิ่งที่จะช่วยทำให้เวลาของคุณถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด?

ทำให้การตัดสินใจแบบนี้เป็นกิจลักษณะในทุกๆเช้าไปเลยว่า เราอยากจะทำอะไรในวันนี้? แต่อย่างหนึ่งที่ต้องระมัดระวังหน่อยก็คือการคิดถึงรายการของสิ่งที่ต้องทำของคุณ เพราะคนเรามักจะใช้เวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้มีความสำคัญจริงๆกับชีวิต โฟกัสไปยังสิ่งที่สำคัญแต่ก้อย่าลืมจัดตารางเวลาสำหรับการผ่อนคลายตัวเองด้วยนะ เพราะในท้ายที่สุดแล้วเคล็ดลับที่ช่วยให้คนเรามีความสุขได้อย่างยั่งยืนก็คือการค้นหาวิธีสนุกกับสิ่งต่างๆในแต่ละวันให้ได้นั่นเอง

สนับสนุนโดย ufabet

admin