ความรู้สึกขอบคุณและความสุขในการใช้ชีวิตจะช่วยเสริมสร้างธุรกิจของคุณให้แข็งแกร่งขึ้น

การโฟกัสไปที่ภาพรวมของความสุขนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จในการทำงาน

คุณเป็นเจ้าของธุรกิจประเภทที่ตื่นแต่เชข้าตรู่ทุกวันเพื่อมานั่งจัดการกับปัญหาต่างๆหรือเปล่า? คุณคอยเช็คมือถือเป็นอันดับแรกเพื่อดูว่ามีเหตุด่วนอะไรที่ต้องการการแก้ไขจากคุณหรือไม่? หลายๆคนอาจบอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติที่ดีของเจ้าของธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาก็กลายมาเป็นจุดอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของเจ้าของธุรกิจทั้งหลาย

เกิดอะไรขึ้นเมื่อการโฟกัสปัญหาอย่างตั้งใจดันกลายมาเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาซะเอง! ว่ากันว่า ‘ยิ่งเพ่งความสนใจปัญหานั้นยิ่งขยายวงกว้างออกไปอีก’ เราจะไม่แนะนำให้คุณหยุดแก้ไขปัญหาหรือพยายามจัดการกับมันแบบไม่ใส่ใจ ในหนังสือชื่อว่ารหัสลัดอัจฉริยะ (The Talent Code) ของแดเนียล คอยล์ ได้พูดถึงเรื่องของนิสัยของคนเราเอาไว้ว่ามันส่งผลอย่างไรต่อสมองและการใช้ชีวิตของเรา น้อยมากที่เราจะประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยโชคหากแต่เกิดจากการฝึกฝนและทำงานซ้ำแล้วซ้ำอีกต่างหาก ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งให้คุ้นชินจนติดเป็นนิสัยแล้วคอยมองดูความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการที่คุณทำมันซ้ำๆได้เลย นี่ก็เป็นหลักการเดียวกันกับวิธีการที่ถูกใช้เพื่อค้นหาต้นตอของปัญหาซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการใช้ลดผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้น การสร้างนิสัยที่รู้จักขอบคุณสิ่งต่างๆรวมถึงการมองโลกในแง่ดีก็เป็นสิ่งที่จะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขปัญหาได้แถมมีประโยชน์ในด้านอื่นๆต่อชีวิตของคุณเองอีกด้วยนะ เพราะหากคุณเอาแต่มองโลกในแง่ร้ายหรือมองหาแต่สิ่งไม่ดี คุณก็จะพลาดสิ่งดีๆไปอย่างน่าเสียดาย ลองนึกดูสิว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกว่าอยากขอบคุณบ้างในวันนี้? เป้าหมายใดบ้างที่คุณอยากทำให้สำเร็จ? มีใครในชีวิตที่ทำให้คุณอยากพูดคุยหรือสนิทสนมด้วยมากกว่านี้หรือเปล่า?

ลองเริ่มต้นนิสัยขอบคุณสิ่งต่างๆในชีวิตให้เป็นกิจวัตรประจำวันดู นิสัยในแง่บวกนี้จะทำให้คุณมองโลกในแง่ดีและดึงดูดสิ่งดีๆตามเข้ามาด้วย ลองสร้างเสน่ห์เฉพาะตัวและความมั่นใจขึ้นมา เพื่อใช้มันในการสร้างและหล่อเลี้ยงธุรกิจของคุณให้เติบโตขึ้นจนกระทั่งเดินทางไปสู่ความสำเร็จได้ในที่สุด

การฝึกฝนให้รู้สึกขอบคุณเพิ่มระดับความสุขให้คุณได้

ประโยชน์ที่ได้จากการฝึกให้รู้จักขอบคุณกับสิ่งต่างๆคือการสร้างความสุขโดยรวม มีผลการศึกษามากมายที่ระบุถึงความเชื่อมโยงระหว่างความสุขกับความสำเร็จ แต่ความสุขที่แท้จริงคืออะไร? แล้วคุณจะมีประสบความสำเร็จในการมีความสุขได้อย่างไร?

ศาสตรจาย์ มาติน เซลิคแมน อาจารย์มหาวิทยาลัยซิเวเนียและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับจิตวิทยาเชิงบวกกล่าวไว้ว่า “จงใช้ความเข้มแข็งและความดีงามอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณในการรับใช้บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวคุณเอง” โดยศาสตราจารย์มาร์ตินได้ใช้เวลาส่วนใหญ่อุทิศให้กับการค้นคว้าวิจัยว่าคนเราจะมีความสุขได้อย่างไร และทำไมคนเราถึงมีความสุข ผลการศึกษาของเขานั้นยังรวมไปถึง 3 มิติแห่งความสุขที่สามารถปลูกฝังในความคิดคนเราได้นั่นก็คือชีวิตที่เต็มไปด้วยความน่ายินดี, ชีวิตที่ดี และชีวิตที่มีความหมาย

ในมิติแรก มนุษย์เราใช้ชีวิตด้วยความยินดี ยินดีไปกับสิ่งจำเป็นพื้นฐานและมีความสุขจากเล็กๆรอบตัว แต่ความสุขในขั้นนี้จะอยู่ได้ไม่นานนัก ยกตัวอย่างเช่น การที่เรายอมตามใจปากซัดช็อกโกแลตชิ้นใหญ่ หรือการช้อปปิ้งบำบัดเพื่อสนองความสุขที่เกิดขึ้นชั่วคราว

ในส่วนของชีวิตที่ดี มนุษย์เราจะใช้จุดแข็งในด้านพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์เพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของเราให้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การแสดงผลงาน การเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆของคุณ ความยินดีในชีวิตขั้นนี้อาจไม่ทำให้คุณรู้สึกอิ่มเอิบใจ หากแต่ประสาบการณ์ที่มีก็จะช่วยให้คุณรู้สึกอยู่กับปัจจุบันและเติมเต็มความรู้สึกได้ในชั่วขณะหนึ่ง

มิติสุดท้ายก็คือชีวิตที่มีความหมาย ซึ่งเป็นมิติที่ทำให้มนุษย์ได้สัมผัสความสุขที่แท้จริงมากที่สุด ทฤษฎีในปัจจุบันที่ว่าด้วยความภูมิใจในตัวเองหลายๆทฤษฎีกล่าวว่า ชีวิตของคนเราจะถูกเติมเต็มก็ต่อเมื่อเราได้ค้นพบคุณค่าภายในตัวของเราเอง ซึ่งนั่นก็คือการรับผิดชอบต่อความสุขของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยพื้นฐานแล้วการทำบางสิ่งบางอย่างให้ใครสักคนและได้รับรู้ถึงการแสดงออกถึงความรู้สึกขอบคุณนั้น ดูเหมือนจะเป็นความสุขที่ดึงดูดใจเราเป็นพิเศษ

การเขียนบันทึกประจำวันเกี่ยวกับความรู้สึกขอบคุณ

คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊คก่อน แล้วลองใช้การจดบันทึกด้วยมือลงในสมุดบันทึกประจำวันแทน ลองใช้เวลาสักครู่หนึ่งเพื่อคิดถึงสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกขอบคุณชีวิต ณ ขณะนี้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลูกของคุณยังเล็กแล้วเขาสามารถเรียกชื่อเราหรือพูดคำต่างๆได้เป็นครั้งแรก หรือนึกถึงครอบครัว, เพื่อน, สถานการณ์ทางการเงิน, สุขภาพร่างกาย, การลงทุน เป็นต้น ถ้าหากว่าสิ่งต่างๆเป็นไปในทิศทางที่คุณต้องการ จงรู้สึกขอบคุณต่อความทุ่มเทพยายามทั้งหมดที่คุณทำให้มันเกิดขึ้น คิดถึงเงินบัญชีหลังจากที่คุณเกษียณอายุแล้ว, วันหยุดยาวที่คุณจะได้ใช้เวลาเที่ยวให้สบายใจ, บ้านริมชายหาดที่คุณวางแผนว่าจะซื้อ หรือเนื้อคู่ที่คุณคาดหวังว่าจะได้พบในอนาคต โฟกัสไปที่ความคิดเหล่านี้ให้เหมือนกับว่ามันสามารถเกิดขึ้นกับคุณได้ตลอดเวลาและรู้สึกขอบคุณในวันที่สิ่งที่คุณฝันได้เกิดขึ้นจริงแล้ว

ยิ่งคุณสามารถฝึกสมองให้มองหาแต่สิ่งดีๆในธุรกิจและในชีวิตของคุณได้มากเท่าไหร่ คุณยิ่งรู้สึกว่าชีวิตได้ถูกเติมเต็มมากเท่านั้นแล้วคุณก็จะยิ่งดึงดูดสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นรอบตัวคุณมากตามไปด้วย มันก็เป็นการดีที่คุณสามารถเตรียมตัวรับมือกับปัญหาได้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น แต่คุณก็ต้องเตรียมตัวที่จะรับมือกับสิ่งดีๆที่ตามมาด้วยเช่นกัน เริ่มต้นจากการมองโลกในแง่บวกแทนที่จะมองเห็นเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้น นี่แหละคือสิ่งที่จะทำให้คุณสามารถระบุปัญหาที่เกิดได้ง่ายขึ้นแน่นอน

สนับสนุนโดย ufabet

admin