เดินทางไป Disneyland Paris สถานที่ในฝันที่ใครก็อยากไป

  • Disneyland Paris

– เวลาเปิดปิดจะแตกต่างในแต่ละช่วงเดือน ส่วนใหญ่จะเปิดประมาณ 10.00-20.00 น.
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ไปต่อ RER สาย A ได้ที่สถานี La Defense, Charles de Gaulle Étoile, Gare de Lyon, Nation หรือนังเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Les Hale หรือนังเมโทรสาย 14 ลงที่สถานี Gare de Lyon จากนั้นนั่ง RER สาย A ลงทสถานี Marne-la-Valée Chessy

โดยปกติแล้วทุก Disneyland จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นสี่ส่วนใหญ่ๆ คือ Fantasyland, Adventureland, Frontierland bla: Discoveryland

สิ่งน่าสนใจ

  • Fantasyland เป็นเหมือนกับดินแดนของเทพนิยายและการ์ตูน คุณจะได้พบกับ Pinocchio, Snowwhite, Peter Pan, Mickey Mouse,Minnie Mouse, Pluto, Pooh ฯลฯ พร้อมทั้งเครื่องเล่นที่จะทําให้เด็กๆ พบกับเรื่องราวของตัวการ์ตูนที่เขาชื่นชอบ เป็นส่วนที่เหมาะสําหรับเด็ก
  • Adventureland เป็นเรื่องราวการผจญภัยที่เราเคยได้ยิน ไม่ว่าเรื่องราวของ Swiss Family Robinson’s tree house, Indiana Jones, Aladdin ฯลฯ เครื่องเล่นจะตื่นเต้นขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ออกจะให้ความสนุกมากกว่าหวาดเสียว
  • Frontierland บอกเล่าเรื่องราวของชาวอเมริกันในยุคบุกเบิก พื้นดินเพื่อการทํากินโดยต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติและอินเดียนแดงไป จนถึงยุคคาวบอย ที่นําเรื่องราวของ Mark Twain ในยุคที่ใช้เรือไอน้ํา มาถ่ายทอดให้เห็นจริง รวมทั้งมีภูเขาที่ทําเหมือนเหมืองแร่และมีรถไฟ เหาะตีลังกาวิ่งผ่านโดยรอบ ตัวรถไฟและรางทําด้วยไม้ เสียงของรถไฟที่วิ่งบนรางไม้ทําให้ดูน่ากลัวกว่ารถไฟเหาะทั่วไป นอกจากนี้ยังมีปราสาทผีสิงด้วย เครื่องเล่นในส่วนนี้จะตื่นเต้นมากขึ้น
  • Discoveryland เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ อวกาศและ เทคโนโลยี เรื่องราวในส่วนนี้จึงเป็นเรื่อง Star Wars, การผจญภัยกับไทม์แมชชีน, เรือดําน้ำ Nautilus ฯลฯ เครื่องเล่นส่วนใหญ่จะสร้าง ความตื่นเต้นแปลกตาให้คุณได้มากกว่าส่วนอื่นๆ

ไปเที่ยวโดยนั่งรถไฟ RER

การนั่งรถไฟ RER ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไร เนื่องจากสถานีรถไฟของ RER หลายแห่งมีทางเชื่อมต่อกับสถานีของเมโทร เมื่อลงที่สถานีของเมโทรนั้นๆ พยายามมองหาทางที่จะเดินไปขึ้นรถไฟ RER ได้ โดยสามารถซื้อตั๋วของ RER จากช่องซื้อตัวของเมโทร ถ้าคุณวางแผนว่าวันนี้จะไปที่ไหน เช่น ไปพระราชวัง Chateau de Versailles ก็ให้ดูแผนที่หรืออ่านแผ่นพับแนะนําสถานที่ก่อน จะพบว่าต้องนั่งรถไฟ RER สาย C ลงที่สถานี Versailles Rive Gauche เมื่อคุณลงไปที่สถานีของเมโทรตรงจุดที่เริ่มการเดินทาง ให้บอกเจ้าหน้าที่ขายทั่วบริเวณทางเข้าเมโทรว่าคุณจะนั่ง RER ไปที่สถานี Versailles Rive Gauche แต่ถ้าไม่แน่ใจในภาษาอังกฤษของตัวเองอาจเขียนโน้ตแทนก็ได้ เพราะแม้คนขายตัวจะพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ภาษาอังกฤษของเขาก็ไม่แข็งแรงเช่นเดียวกัน หากคุณลืมชื่อตัวแล้วขึ้นรถไฟ RER มาแล้วก็ไม่เป็นไร เพราะทางขาออกจะมีช่องซื้อตัว เหมือนรถไฟฟ้าบ้านเรา เขาจะบอกคุณว่าต้องซื้อตั๋วเพิ่มเป็นเงินเท่าไหร่

ก่อนจะเป็นพระราชวัง Chateau de Versailles ที่ตรงนี้เป็นเพียงที่พักในฤดูล่าสัตว์ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 บิดา ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 พอพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้ซื้อที่ดินโดยรอบและสร้างปราสาทหลังเล็กๆทิ้งไว้

ส่วนพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระองค์ขึ้นครองราชย์ ตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ พออายุครบ 18 ปีก็ว่าราชการ ปกครองบ้านเมืองด้วยพระองค์เอง ขณะนั้น Palais du Louvre ยังเป็นพระราชวังที่พํานักอยู่ และเนื่องจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ยังเยาว์ทําให้ขุนนางบางคนคิดจะข่มบารมีพระองค์ โดยเฉพาะขุนนางที่ดูแลด้าน พระคลังชื่อ Fouquet ได้เชิญพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ไปรับประทานอาหารเย็นที่ปราสาทซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จ (คือปราสาท Vaux-le-Vicomte อยู่ห่างจากปารีส 50 กิโลเมตร) ปราสาทแห่งนี้มีความสวยงามมาก ออกแบบโดยช่างฝีมือเอกขณะนั้นคือ Le Notre, Le Vau และ Le Brun (ต่อมาช่างเหล่านี้ได้มาสร้างพระราชวัง Chateau de Versailles และนํารูปแบบของสถาปัตยกรรมของปราสาท Vaux-le-Vicomte หลายจุด ถ่ายทอดมายังพระราชวัง Chateau de Versailles ด้วย)

พอพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เห็นปราสาทใหม่ที่สวยงามเท่านั้นก็เกิดป่วยขึ้นมา หลังจากคืนนั้น ขุนนาง Fouquet ก็ถูกจับกุมพร้อมกับถูกปลดจากตําแหน่ง และถูกเนรเทศออกนอกประเทศตลอดชีวิต บางคนว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ป่วย เพราะความอิจฉาทนเห็นขุนนาง Fouquet มีปราสาทสวยงามที่สุดในยุคนั้น หลังจากเนรเทศขุนนาง Fouquet พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก็มุ่งมนตรา พระราชวัง Chateau de Versailles ขึ้นโดยนําช่างฝีมือเอกมาสร้างเป็น ปี ค.ศ. 1661 แน่นอนว่าจะต้องมี Le Notre บิดาแห่งภูมิสถาปัตยกรร เอกอีกมากมาย คนออกแบบสวน พร้อมด้วย Le Vau และ Hardouin-Mansart และช่างฝีมือเอกอีกมากมาย

พระราชวัง Chateau de Versailles ดำรงความยิ่งใหญ่และหรูหราของกษัตริย์ในยุคพระเจ้าหลุยส์ไว้จนช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1789 ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวเนตถูกประหารชีวิต พระราชวัง Chateau de Versailles จึงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรมากนัก นับเป็นการสิ้นสุดยุคหรูหราและฟุ่มเฟือยของพระราชวังแห่งนี้ รวมเวลาเกือบ 130 ปี กระทั่งปี ค.ศ. 1837 รัฐบาลจึงเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ผู้คนเข้าเยี่ยมชมและรับรู้ประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสในยุคนั้น

admin