แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวกรุงปารีส Metro สาย 13

metro13

Metro สาย13

สาย 13 วิ่งจากเหนือลงได้ผ่านกรุงปารีสแต่ก่อนไปทางด้านตะวันตก เริ่มจากสถานี Gabriel Peri Asnieres-Gennevilliers และ สถานี Saint-Denis-Universite ผ่านลงมาแถว Pisalle ที่ สถานี Place de Clichy ผ่านสถานีรถไฟ Saint-Lazare ที่สถานีชื่อเดียวกัน สถานีรถไฟแห่งนี้มีชื่อเสียงในยุคแรกๆที่เริ่มมีรถไฟ เป็นเหตุให้ศิลปินยุค impressionism หลายคนวาดภาพสถานี รถไฟนี้ จากนั้นต่อไปที่กลางเมืองที่สถานี Champs-lysees Clemenceau และลงไปอีกฝั่งของแม่น้ำ Seine ที่สถานี Invalides และที่สถานี Varenne เป็นพิพิธภัณฑ์ Musee Rodin ประติมากรผู้สร้างงาน The Kiss อันลือชื่อ ผ่านไปสถานี Montparnasse-Bienvenue และลงได้ไปสุดที่กาศ Châtillon-Montrouge

  • พิพิธภัณฑ์ usée Rodin ที่ Hotel Biron vunuu Rue de Varenne

– ในฤดูร้อนเปิดเวลา 09.30-17.45 น.
– ในฤดูหนาวเปิดเวลา 09.30-16.45 น. – มีบริการให้เช่าหูฟัง
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 13 ลงที่สถานี Varenne ใช้ทางออก Musée Rodin

เมื่อขึ้นจากสถานีจะเห็นป้ายบอกทางชัดเจน ทางขวามือของถนนเป็นส่วนของสวนด้านหลัง Invalides ทางซ้ายมือจะเป็นซอยเข้าไป ที่นี้ดูแวบแรกอาจนึกไม่ออกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ได้อย่างไรเพราะหน้าทางเข้า เป็นประตูดําทะมึนขนาดใหญ่แบบบ้านในยุคเก่า แต่แล้วก็นึกได้ว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นบ้านของ Rodin นั่นเอง

Auguste Rodin จัดเป็นประติมากรที่ประสบความสําเร็จในช่วงที่มีชีวิตอยู่ (ผิดกับคนอื่นๆในยุคนั้นที่ดังหลังจากตายไปแล้ว) อย่าง Hotel Biron ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ของ Rodin ในปัจจุบันนี้รัฐบาลก็เป็นผู้มอบให้เพื่อแลกกับการสร้างผลงานให้แก่รัฐบาล Hotel Biron แม้จะไม่ใหญ่โตแต่ก็สวยงามด้วยสวนแบบอังกฤษที่ร่มรื่นและให้ความเพลิดเพลิน คุณจะพบผลงานชิ้นเอกของ Rodin มากมายไม่ว่า The Thinker, The Kiss หรือ The Gate of the Hell เมื่อเดินเข้าไปลึกๆจะมีงานประติมากรรมแสดงไว้ น่าเสียดายที่เราไม่ได้เช่าหูฟังที่อธิบายที่มา และความหมายของงานแต่ละชิ้นตอนเดินชม

หลังจากนั้นควรเดินเข้าไปชมภายในบ้านที่แบ่งออกเป็นสองชั้น แต่ละห้องจะแสดงถึงวิธีการ และแนวคิดของงานปั้นไว้อย่างละเอียด ถ้าเดินวนไปมาอยู่ในบ้านแล้วเบื่อก็ออกมาพักสายตาที่สวนหลังบ้านซึ่งเป็นสวนสไตล์อังกฤษจะเห็นลานสนามกว้างตรงดิ่งจากบ้านจนสุดปลายรั้ว มีการจัดแต่งซุ้มต้นไม้ไว้สองข้างทางเดิน โดยบริเวณริมรั้วตรงซุ้มต้นไม้เขาทําเป็นร้านกาแฟเล็กๆดูน่ารัก

สถานีรถไฟ Saint-Lazare แรงบันดาลใจของ Monet

ยุคที่มีรถไฟใหม่ ๆนั้น สถานี Saint-LGzGre ได้รับการกล่าวขวัญในหมู่นักเขียนและศิลปินต่างๆ มากมาย Lazare เพราะเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเทคโนโลยีและความนําสมัย รถไฟไอน้ำก็เปรียบเสมือนประดิษฐกรรมที่นําแรงบันดาลใจ ปารีสไปสู่อีกยุคหนึ่งในอนาคต ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงตื่นเต้น กับการมีรถไฟมาก

ศิลปินในยุค impressionism ก็เช่นกัน มีหลาย Monet คนที่เขียนรูปสถานีรถไฟ Saint-LGZGre ไม่ว่า Renoir, Manet หรือ Monet 

Monet เกิดที่ปารีส (เขต Montmartre) แต่ไปเติบโตที่ La Havre เมื่อเริ่มมีชื่อเสียงจึงตระเวนวาดรูปตามที่ต่างๆ จนปี ค.ศ. 1877 เขากลับมาที่ปารีสอีกครั้ง และอยากหาสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจในการวาดรูป ตอนนั้นทั้งนักเขียนและศิลปินต่างพูดถึงสถานีรถไฟ Saint-Lazare และ Renoir เพื่อนสนิทของเขาก็เคยวาดรูปที่นี่ Monet จึงอยากวาดรูปสถานีรถไฟแห่งนี้ เพราะเมื่อแรกที่เขาจากบ้านที่ La Havre มาสู่ปารีส ก้าวแรกของเขาได้เหยียบลงที่สถานีแห่งนี้เช่นกัน

ในที่สุด Monet ก็วาดภาพสถานีซึ่งโครงสร้างทําจากเหล็กที่มีน้ำหนักเบา และประกอบด้วยกระจก แล้วขออนุญาตทางสถานีให้ช่วยจอดรถไฟรวมทั้งลองพ่นไอน้ำในลักษณะที่เขาต้องการด้วย ภาพของเขาจึงสมบูรณ์ตามแบบจริงๆ ถ้าเป็นบ้านเราคงเรียกว่าเป็นศิลปินที่ทรงอิทธิพลแน่ๆ เพราะสามารถกําหนดให้สถานีใหญ่ขนาดนี้ทําสิ่งที่ตัวเองต้องการได้

ผลงาน Saint-Lazare Railway Station ของ Monet อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Musee d’Orsay ส่วนผลงานอีกชิ้นคือ The Pont de l’Europe at the Gare Saint-Lazare อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Marmotton (นั่งเมโทรสาย 9 ลงที่สถานี La Muette พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนน Louis-Boily) ซึ่งเป็นอีกพิพิธภัณฑ์หนึ่ง ที่มีรูปของ Monet มากทีเดียว

Rodin ประติมากรผู้มีชื่อเสียง

Rodin เป็นเพียงลูกชายของข้าราชการชั้นผู้น้อยในกรมตํารวจปารีส เมื่ออายุ 14 เขาถูกส่งให้เข้าเรียนในโรงเรียน École Imperial Speciale de Dessin et de Mathematiques ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกงานหัตถกรรมธรรมดาๆ ไม่มีโอกาสเข้าศึกษาในโรงเรียนศิลปะแบบศิลปินอื่นๆ หลังจากจบการศึกษาตอน อายุ 17 ปี เขาทํางานเป็นผู้ช่วยในสตูดิโอที่สร้างงานประติมากรรม ขณะเดียวกันก็เริ่มทํางานของเขาเองที่ บ้านด้วยการศึกษารายละเอียดสัดส่วนของร่างกายมนุษย์ (anatomy) จนกระทั่งปี ค.ศ. 1875 เมื่อเขาอายุ 35 ปีได้มีโอกาสไปอิตาลีและเห็นผลงานของ Michelangelo พอกลับมาปารีส เขาจึงเริ่มปั้นรูปผู้ชายยืนเปลือยหล่อ ด้วยทองแดงโดยมีสัดส่วนเหมือนคนจริงๆ งานชิ้นนี้ต่อมามีชื่อว่า Age of Bronze (ขณะนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในสวน Jardin du Luxembourg) เมื่อผลงานชิ้นนี้ปรากฏสู่สาธารณะก็ได้รับคําวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หลายคนไม่เชื่อว่า เขาจะสามารถทํางานที่เหมือนคนจริงขนาดนี้ เว้นแต่ว่าจะต้องหล่อรูปขึ้นมาจากปูนปลาสเตอร์โดยใช้คนจริงๆ คําวิพากษ์วิจารณ์ยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่งานของ Rodin ก็ประสบความสําเร็จมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน เขาได้รับงานจากรัฐบาลฝรั่งเศสมากมายไม่ว่า The Burghers of Calais (ตอนนี้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ Musée Rodin) หรืออนุสาวรีย์ของ Victor Hugo ผู้เขียนเรื่อง Les Miserables

Auguste Rodin 1914 Henry Tonks 1862-1937 Presented by Viscount D’Abernon through the Contemporary Art Society 1915 http://www.tate.org.uk/art/work/N03017

Rodin มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องและมักมีมุมมองใหม่ๆ ให้กับงานศิลปะเสมอ แม้อายุ 60 ปีแล้ว เขาก็ยังทํางานต่อไป จนสงครามโลกครั้งที่ 1 สุขภาพร่างกายและจิตใจของเขาทรุดลงอย่างมาก และเสียชีวิตเมื่ออายุ 77 ปี

admin