เปิดบ้านพักตากอากาศของพระราชวงศ์ ณ ฝรั่งเศส กรุงปารีส

แม้ว่ากรุงปารีสจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่คุนเองกอาจคิดว่าแค่นี้ก็เที่ยวไม่หมดแล้ว แต่หากคุณมีเวลาเหลืออยากให้ลองออกไปเที่ยวรอบนอกกรุงปารีสด้วย เพราะยังมีปราสาทสวยๆอีกหลายแห่ง บ้างเป็นที่พักอาศัย บ้างเป็นที่พักของราชวงศ์ตอนออกล่าสัตว์ อย่างพระราชวัง Chateau de Versailles ก็เริ่มจากการเป็นที่พักในฤดูล่าสัตว์ของราชวงศ์เหมือนกัน

นอกจากปราสาทพระราชวังสวยๆแล้ว ยังมี Disneyland Paris ที่สามารถเติมอารมณ์สนุกได้อีกหลังจากที่นักท่องเที่ยวอย่างเรา”อิ่ม” ด้วยอารมณ์สุนทรีจากการชื่นชมศิลปะวัฒนธรรม และซาบซึ้งกับ ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของฝรั่งเศส Disneyland จึงเหมือนเป็นอีกรสชาติหนึ่งที่ทําให้ปารีสสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าแถบชานเมืองย่อมมี Outlet ที่ขายของแบรนด์เนมจากโรงงาน แล้วแต่ว่าคุณอยากเลือกชมสิ่งไหนเพิ่ม

การเที่ยวชมรอบนอกกรุงปารีสนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเพราะมีรถไฟ RER บริการ แต่ค่ารถไฟต่อเที่ยวค่อนข้างแพง ไม่สามารถใช้ตั๋วอาทิตย์ หรือตั๋วเดือนได้ (ตั๋วรถไฟใต้ดินใช้ได้เฉพาะโซนในเมืองเท่านั้น) ดังนั้น คุณต้องเลือกสถานที่ที่อยากไปจริงๆ แล้ววางแผนการเดินทางให้เหมาะสมกับรูทเดินทางของตัวเอง

  • พระราชวัง Chateau de Versailles

– พระราชวังเปิดเวลา 09.00-18.30 น. ปิดวันจันทร์ แต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน และเดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายน เปิดเวลา 09.00-17.30 น.
– Grand Trianon และ Petit Trianon เปิดทุกวัน เวลา 12.00-18.00 น. แต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน และเดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายน เปิดเวลา 12.00-17.00 น.
– สวนในพระราชวัง เปิดตลอดปี ในช่วงฤดูร้อน เปิดเวลา 07.00 น. และช่วงฤดูหนาว เปิดเวลา 08.00 น. ถึงช่วงหัวค่ำ
– มีบริการให้เช่าหูฟัง
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 10 มาต่อ RER สาย C ที่สถานี Javel และสถานี Sare d’Austerlitz หรือนังเมโทรสาย 8 และ 13 มาต่อ RER สาย C ที่สถานี Invalides จากนั้น นั่งรถไฟ RER สาย C ที่ไปสุดทางที่สถานี Versailles Rive Gauche

เมื่อลงจากรถไฟให้เดินไปตามทางออกซึ่งคุณต้องใช้ตัวสอดออกมา จากนั้นจะพบตัวเองยืนอยู่ในโถงของสถานีรถไฟ จากจุดนี้คุณจะต้องเดินอีกไกลพอสมควร แต่เชื่อว่าคุณคงไม่หลงเพราะเกือบทุกคนที่ลงสถานีนี้ต้องการไปพระราชวัง Chateau de Versailles หรือมหาวิทยาลัยที่อยู่หน้าพระราชวังทั้งนั้น คุณสามารถเดินตามฝูงชนไปได้เลย (ออกจากตัวสถานีเดินทแยงมุมข้ามถนนไปทางซ้ายมือเดินตรงขึ้นไปอีกเล็กน้อยจะพบทางแยกใหญ่ซ้ายมือเป็นลานกว้าง ถัดไปจะเป็นพระ ราชวัง Chateau de Versailles)

หากคุณคิดจะชื่นชมความงามของพระราชวัง Chateau de Versailles อย่างเต็มอิ่ม ควรไปตั้งแต่เช้าก่อนพวกนักท่องเที่ยวที่มาโดย รถบัสและกลุ่มนักเรียนที่มาทัศนศึกษา เพราะการเดินร่วมกับคนกลุ่ม ใหญ่เพื่อชื่นชมห้องเล็กๆนั้นไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่

เมื่อเดินเข้าเขตพระราชวังมาตรงลานหินกว้างจะมีอนุสาวรีย์ที่หล่อด้วยโลหะของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้ริเริ่มสร้างพระราชวัง Chateau de Versailles ตั้งตระหง่านอยู่ลักษณะของลานนี้ค่อนข้างโปร่งมีเสียงสะท้อนตามธรรมชาติด้วย ทําให้เรานึกถึงภาพสมัยก่อนที่ผู้คนใช้ม้าเป็นพาหนะ เวลามีผู้มาเยือนพระราชวังเสียงของเกือกม้าคงกระทบลานหินจนดังก้อง ให้ได้ยินถึงด้านในพระราชวัง จากนั้นให้ซื้อบัตรเข้าชมที่ทางเข้า B หากคุณมีบัตรชมพิพิธภัณฑ์อยู่แล้ว ก็ต้องมาที่ทางเข้า 8 นี้เหมือนกัน

สิ่งน่าสนใจ

ชมห้องสําคัญภายในพระราชวัง
ห้องที่ 1 Royal Chapel เป็นห้องโถงสูงเหมือนโบสถ์ เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นเพดานโค้งที่มีรูปภาพอันวิจิตรวาดยาวตลอดโถง ใครต่อใครก็อดที่จะถ่ายรูปด้วยไม่ได้

ห้องที่ 2Hall of Mirors เป็นห้องที่เรารู้สึกตระการตามากที่สุด เนื่องจากผนังข้างหนึ่งเป็นกระจกโค้งยาวตลอดแนว อีกฝั่งก็เป็นหน้าต่างโค้ง มีโคมไฟระย้าตรงกับช่องหน้าต่างและกระจกอวดความฟูฟ่าตลอดห้องโถงยาว และยังมีรูปปั้นสีทองเรียงเป็นแนวสองข้างทางรับกับความหรูหราของโคมไฟ สะท้อนภาพงานเต้นรําสมัยพระนางมารีอองตัวเนต ราชินีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เด่นชัดขึ้นมาทันที นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทอดน่องเพื่อซึมซับความงดงามของห้องนี้

ห้องที่ 3Grand Apartments เป็นเสมือนห้องกิจกรรมของพระราชวัง ช่างที่ออกแบบคือ Le Brun (คนเดียวกับที่ออกแบบตกแต่งภายในปราสาท Vaux-le-Vicomte) เป็นห้องชุดเจ็ดห้องโดยแต่ละห้องมีชื่อ ตามเทพเจ้ากรีก เช่น ห้อง Venus, Apollo, Mercury, Mars, War (Bellona) เป็นต้น และแต่ละห้องก็ใช้ทํากิจกรรมต่างกัน อย่างห้อง Apollo เป็นห้องสําหรับจัดพิธีขึ้นครองราชบัลลังก์ ห้อง Mars นั้นเป็น ห้องเล่นดนตรีและเต้นรํา บางห้องก็เป็นห้องเล่นเกม

ห้องที่ 4 King Chamber ห้องนอนของพระเจ้าหลุยส์ทั้งสามและราชินี ทั้งรัชทายาทและพระธิดา แต่ละห้องดูหรูหราโดยเฉพาะห้องของกษัตริย์และราชินี ห้องของพระนาง หลุยส์ที่ 16 ได้รับความนิยมเป็น เนื่องจากพื้นที่ในแต่ละห้องนั้นค่อนข้างเล็ก ทําให้เหลือทางเดินนิดเดียว

บความนิยมเป็นพิเศษเพราะผู้คนแออัดมากที่สุด ส่วนแต่ละห้องนั้นค่อนข้างเล็ก แถมยังกันส่วนที่เป็นเตียง

  • สวนของพระราชวัง Chateau de Versailles

เคยได้ยินว่าสวนของพระราชวัง Chteau de Versailles นั้นสวยงามมาก การจัดสวนของ Le Notre ซึ่งแค่พื้นที่ของสวน แต่คํานึงถึงภูมิประเทศทั้งหมด อย่างสวนด้านหลังพระราชวังจะต้องจัดให้โปร่งเพื่อไม่ให้บดบังความสวยงามของพระราชวัง เขาจะคํานึงว่าสวนที่จัดนั้นรับกับอะไรบ้างทางน้ำไหลอยู่ไหน จะให้น้ําเข้ามาหล่อเลี้ยงสวนได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ทําให้ เขาเป็นบิดาแห่งภูมิสถาปัตยกรรมโดยแท้ (ผลงานของเขาชิ้นนี้อยู่ใน ราวสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ตกทอดมาให้เราได้เห็นจนถึงทุกวันนี้)

  • Grand Trianon และ Petit Trianon

อยู่ทางปลายสวนของพระราชวัง หากคุณไปในวันที่อากาศดี อาจเตรียมแซนด์วิชไปนั่งกินในสวน หรือนั่งกินที่ห้องอาหารซึ่งมีหลายที่อยู่ถัดจากบริเวณสวนด้านหลัง คลองที่อยู่ถัดจากสวนนี้มีเรือให้เช่าและบริเวณใกล้ๆ ก็มีจักรยานให้เช่าเหมือนกัน หรือถ้าคุณรักในการเดิน สามารถไปที่ฝั่ง Trianon ก็ได้ใช้เวลาประมาณ 25 นาที หรือจะนั่งรถไฟขนาดเล็กที่เขาเตรียมไว้ก็ได้

– Grand Trianon

ออกแบบโดย Hardouin-Mansart สร้างด้วยหินอ่อน เปรียบเสมือนที่พักผ่อนส่วนพระองค์สําหรับกษัตริย์และ ราชวงศ์ ดังนั้นแขกที่เชิญมาจึงเป็นแขกที่สนิทเท่านั้น

– Petit Trianon

สร้างในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 สําหรับพระสนมชื่อดัง Madame de Pompadour ต่อมาในสมัยพระเจ้าหลุยส ที่ 16 พระนางมารีอองตัวเนตโปรดสถานที่นี้มาก จึงให้สถาปนิกสร้างโรงละครเล็กๆ เพื่อให้พระนางกํากับบทละครชื่อดังต่างๆ นอกจากนี้ ยังให้สร้างฟาร์มและบ้านที่เหมือนกับอยู่ในฟาร์มจริงๆ โดยพระนาง และข้าราชบริพารจะแต่งตัวแบบสาวรีดนมเดินไปมา ขณะเกิดการปฏิวัติและมีฝูงชนบุกเข้าพระราชวัง Chateau de Versailles พระนาง มารือองตัวเนตก็ถูกพบใกล้บริเวณนี้

สนับสนุนโดย Ufabet

admin