‘Bercy Village’ สถานที่เที่ยวสำหรับคนรักออแกนิค

Metro สาย 14

สาย 14 เป็นสายใหม่ล่าสุด และเป็นชายเดียวที่ใช้รถไฟระบบใหม่ ในแต่ละสถานีก็ดูน่าสมัยผิดกับเมโทรสายอื่นๆ สาย 14 วิ่งระยะทางสั้น เพียงแค่เจ็ดแปดสถานีเท่านั้นแต่ใช้ความเร็วสูง เริ่มจากกลางใจเมือง ที่สถานี Madeleine ไปยังสถานี Pyramides และไปที่สถานี (hatelet วิ่งเลียบแม่น้ำ Seine ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง หนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด โดยเฉพาะพวกออร์แกนิกชิปส์ นั่นคือ Bercy Village แต่ไม่แนะนําให้ลงที่สถานี Bercy คว5ลงที่สถานี Cour Saint-Emillion มากกว่า แล้วไปสิ้นสุดที่สถานี Bibliotheque Francois Fitterrand ซึ่งมีหอสมุดแห่งชาติตั้งอยู่นั่นเอง

  • Bercy Village

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 14 ลงที่สถานี Cour Saint-Emilion

ทางออกจากสถานีจะมีทางเดียวซึ่งเป็นบันไดเลื่อน ทันทีที่โผล่ขึ้นมาจะเห็นร้านค้าที่ดูทันสมัย มุมซ้ายคือร้าน Club Med ที่ขายทั้งทัวร์ ของที่ระลึก รวมทั้งเป็นร้านหนังสือสําหรับนักเดินทาง และที่สะดุดตาคือ มีร้านอาหาร และผับในบริเวณนั้นด้วย 

Bercy Village

จากนั้นเดินตรงไปยังทางเข้า พอเดินเข้าไปในหมู่กําแพงอิฐสีน้ำตาลอ่อน จะสัมผัสได้ถึงความเย็นของกําแพงอิฐที่มีความหนาและแข็งแกร่ง แม้จะอยู่กลางแดดจ้า แต่กําแพงอิฐก็ทำให้รู้สึกเย็น สบายได้ สำหรับใครที่ไม่รู้ว่า Bercy Village คืออะไร  ให้เดินเข้าไปจะเห็นโถงที่มีลักษณะเหมือนที่เก็บไวน์และถังไม้โอ๊กวางเป็นจุดๆ ก็คงพอเดาได้ว่าที่นี่เคยเป็นโรงบ่มไวน์มาก่อน ตามทางเดินส่วนกลางจะเห็น ร่องรางเหล็กเหมือนทางรถไฟแต่ที่จริงเป็นรางสําหรับเลื่อนรถบรรทุกถัง ไวน์ที่ใช้แรงม้าลากนั่นเอง บริเวณท้ายสุดของทางเข้ามีภาพและประวัติ ของที่นี่เป็นภาษาฝรั่งเศส โดยเป็นการบอกเล่าที่มาที่ไปของสถานที่แห่งนี้ว่าทำไมถึงเปลี่ยนจากโรงบ่มไวน์มาเป็นร้านค้าแทน

มีคนเรียกสถานที่นี้ว่าเป็นแหล่งของพวก “ออร์แกนิกฮิปส์” คือ กลุ่มคนที่ชอบใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ หรือชอบใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ไม่ว่าคุณจะเดินทางมาที่นี่หน้าร้อนหรือหน้าหนาว จะเห็นโต๊ะของร้านอาหารวางอยู่กลางแจ้งเป็นแนวยาว ยิ่งในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ที่นี่จะมีสีสันมาก เพราะอาจมีเปลญวนแทนเก้าอี้ และมีประติมากรรมบนพื้นและลอยฟ้าให้น่าตื่นตาตื่นใจ ขอแนะนําว่าถ้าอยากได้บรรยากาศจริงๆ ต้องมาเสาร์อาทิตย์ซึ่งคนแน่นมาก หากอยากเดินสบายมาช่วง จันทร์ถึงศุกร์ก็ได้ แต่บรรยากาศออกจะเหงาอยู่ซักหน่อย ถ้าต้องการสถานที่ที่มาเดินเล่นชิลๆเงียบๆคนไม่แออัดที่นี่ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

สิ่งน่าสนใจ

ชมและชอปร้านค้าหลากหลายร้านค้านั้นมีมากมาย ตั้งแต่ร้านขายต้นไม้ ร้านขายของเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง คนรักสัตว์ต้องใช้เวลาที่ร้านนี้เป็นชั่วโมงแน่ เพราะของแต่ละอย่างดูน่าซื้อไปหมด ต่อมาเป็นร้านที่ขายภาพยนตร์การ์ตูนและตัวการ์ตูนหายาก เหมาะสําหรับนักสะสม อีกร้านที่บรรดาคุณแม่ต้องชอบ คือร้านขายของเด็กที่มีเสื้อผ้าแปลกใหม่มาขาย เดินมาเรื่อยๆจะพบร้านขายของแต่งบ้านที่ออกแนว minimalism ซึ่งเป็นงานดีไซน์เท่ๆ ร้านขายอุปกรณ์กีฬา และร้าน Nature et Decouvertes ซึ่งขายของเกี่ยวกับธรรมชาติ ตั้งแต่อุปกรณ์ทําสวนพันธุ์พืช ของแต่งสวน กังหันลม ผลิตภัณฑ์ประเภทอโรมาต่างๆ นอกจากนี้ยังมีมุมสําหรับเด็กเกี่ยวกับการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว 

อย่างหนังสือ อุปกรณ์เดินป่า (ของผู้ใหญ่ก็มีแถมแบบมือโปรซะด้วย เครื่องมือวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ที่ทําให้รู้จักสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องวัดอากาศ กล้องจุลทรรศน์เล็กๆ เป็นต้น

จากร้าน Nature et Decouvertes เดินเรื่อยๆ มาเจอร้าน น้ำหอม Sephora ที่ตกแต่งด้วยโทนขาวๆ โปร่งๆ แปลกตาจากสาขา อื่นและของที่ขายก็เน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่า รวมทั้งธูปหอม เทียนหอมจากเนปาล อินเดีย ที่บางอันเราคุ้นๆ ว่ามาจากบ้านเราด้วย ตรงสุดทางเดินจะเห็นตึกสูงเป็นโครงกระจก ภายในเป็นโรงภาพยนตร์ที่ พวกวัยรุ่นและครอบครัวนิยมมาดู ร้านอาหารในบริเวณนี้มีหลายรูป แบบ และที่กินง่ายๆ ราคาไม่แพง ก็ต้องร้าน Hippopotamas ที่ขาย อาหารประเภทสเด็กต่างๆ ซึ่งช่วงเย็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ คนจะแน่น ต้องรอคิวนาน อ้อ ร้านนี้มีหลายสาขาโดยเฉพาะย่านชุมชน

ถ้าคุณเดินออกจากบริเวณนี้ไปตามถนน Quai de Bercy ซึ่งเป็นทางเลียบแม่น้ำจะพบสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่มีหญ้าเขียวชอุ่มน่านั่ง ในวันเสาร์อาทิตย์ ผู้คนที่พักอาศัยในย่านนี้ (ซึ่งถือเป็นย่านคนมีฐานะ) จะออกมาพักผ่อนกันมากมาย หากมองไปฝั่งตรงกันข้ามจะเห็นตึกลักษณะ เป็นมุมฉากโอบเข้าหากันอยู่สี่ตึก นั่นก็คือ Bibliotheque Nationale de France หรือหอสมุดแห่งชาติที่เขาออกแบบอาคารให้เหมือนกัน หนังสือกางออก ต้องชมไอเดียเก๋ๆของชาวฝรั่งเศสอีกครั้ง

รถไฟใต้ดินที่ใหม่และมีความทันสมัยที่สุดในกรุงปารีส

ลิฟต์แก้วทันสมัยที่มีป้ายเขียนว่าสาย 14  มีเพียงบางสถานีเท่านั้นที่ดูมีความทันสมัย ส่วนสาเหตุ ที่สายนี้ต้องมีลิฟต์โดยสารที่ลึกลงไปเพราะเป็นสถานีใหม่สุดจึงอยู่ในระดับที่ลึกมาก (อยากให้ลองนึกภาพว่ารถไฟใต้ดินของปารีสนั้น แต่ละสายจะมีเส้นทางเรียงซ้อนเป็นชั้นๆอยู่ใต้ดินเพื่อไม่ให้ทับเส้นทางเดินกัน ดังนั้นเวลาเราเดินในอุโมงค์ของรถไฟสายหนึ่งไปต่ออีกสายหนึ่งจึงมีทั้งทางขึ้นบ้างทางลงบ้าง ถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ของฝีมือมนุษย์ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900)

Bercy Village

หากใครที่เดินทางโดยรถไฟสาย 14 หากไม่ใช้ลิฟต์ก็จะต้องเดินลงบันไดถึงสามชั้น และเมื่อก้าวเข้าเขตของสาย 14 จะรู้สึกได้ถึงความทันสมัยใหม่เอี่ยมตั้งแต่ประตูทางเข้า และทางออกอัตโนมัติที่เป็นกระจกใส พื้นที่บริเวณสถานีทั้งหมดดูโปร่งโล่งไม่เป็นอุโมงค์โค้ง ส่วนชานชาลาและช่องทางเดินรถไฟจะถูกกั้นด้วยแนวกระจกที่มีประตูอัตโนมัติ ถ้ามองจากสะพานข้ามฟากชานชาลายังคงมีโครง เหล็กทรงโค้งคร่อมทางเดินรถอยู่เป็นระยะ บางสถานีของสาย 14 มีการจัด แต่งสวนที่ด้านข้างด้วยและที่น่าทึ่งคือจะรู้สึกได้ว่ามีแสงธรรมชาติลอดเข้ามา

ทุกสถานีของสาย 14 ทุกอย่างจะเป็นอัตโนมัติตั้งแต่การเปิดประตูรถ ทันที ที่รถจอดประตูจะเปิดปิดเองโดยไม่ต้องกดปุ่มหรือดันคันโยกแบบสถานีอื่น ตัว รถไฟก็โปร่งตาด้วยส่วนประกอบที่เป็นกระจกถึง 70% เพราะฉะนั้นเวลานั่งจึงไม่ รู้สึกอึดอัด เวลารถแล่นด้วยความเร็วสูงจะเหมือนกับนั่งรถไฟเหาะเลย และที่น่าสนุก ที่สุดคือรถไฟสายนี้ “วิ่งเองโดยไม่มีคนขับ” ทําให้พื้นที่ตรงหัวรถไฟเป็นที่นั่งไม่มี ห้องคนขับมาบัง ทุกครั้งที่เราขึ้นจากสถานีต้นทางจะรีบปรี่ไปนั่งแถวหัวขบวน เพื่อสัมผัสความสนุกและวิวแบบรถไฟเหาะความเร็วสูง บางทีเรายังเห็นชาวปารีส แอบดูความตื่นเต้นของพวกเราและอาจนึกว่ากะเหรี่ยงหัวดําสองคนนี้คงไม่เคยนั่ง รถไฟ เพราะทําท่าสนุกจนออกนอกหน้าขนาดนี้ นี่แหละเสน่ห์ของสาย 14

สนับสนุน Ufabet

admin